วิกฤตน้ำมัน กระทบเรือประมง

View icon 17
วันที่ 24 มี.ค. 2569 | 06.32 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - วิกฤตน้ำมันแพงกระทบเรือประมงไทย ถ้าสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น คาดปลายเดือนนี้เตรียมหยุดเดินเรือตามกันเป็นแถว

ทีมข่าวลงพื้นที่ได้เจอกับกลุ่มชาวประมงพื้นบ้าน "บ้านพลา" อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง หลายคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ระยะนี้ต้องลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เพื่อเก็บไว้เป็นทุนสำรองค่าน้ำมันเติมเรือ

นายวัลลภ อายุ 41 ปี เปิดเผยว่า ทุกวันนี้ออกเรือแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายสูงถึงหลักพันบาท ค่าใช้จ่ายหลัก ๆ ก็คือ ค่าน้ำมัน แต่สวนทางกับปริมาณสัตว์น้ำที่จับได้ ซึ่งเห็นได้ชัด เมื่อวานออกเรือไปหาจับปูทะเลได้เพียง 3 กิโลกรัม ต้องยอมรับสภาพขาดทุน ไม่คุ้มค่าน้ำมันเติมเรือ ขั้นต่ำต้องใช้ประมาณ 10 ลิตร ต่อเที่ยว

ส่วนที่ จังหวัดสมุทรสาคร ผู้ประกอบการภาคประมง และอุตสาหกรรมต่อเนื่องเกี่ยวกับประมง รวมทั้งผู้ประกอบการตลาดทะเลไทย ร่วมกันหารือผลกระทบจากวิกฤตน้ำมันแพง ทำให้ราคาน้ำมันเขียวพุ่งสูง เรตจ่ายเงินสดอยู่ที่ 40.80 บาท ต่อลิตร แต่ถ้าเครดิต ราคา 40.90 บาท ชาวประมงแบกรับภาระไม่ไหว ต้องจอดเรือตายแล้วกว่า 30 เปอร์เซ็นต์

ทางผู้ประกอบการฯ อยากขอให้ นายกรัฐมนตรี เร่งจัดหาน้ำมันดีเซล ในราคาเทียบเท่ากับหน้าปั๊มน้ำมัน หรือน้ำมันทดแทน ภายใน 7-10 วัน ก่อนที่น้ำมันในสต็อกเรือแต่ละลำจะหมดลงช่วงสิ้นเดือนมีนาคมนี้ ถ้าไม่ได้คงต้องหยุดเดินเรือทั่วประเทศอย่างแน่นอน

ขณะเดียวกัน อยากให้ภาครัฐ​เร่งผลิตน้ำมัน B20 ออกมาให้ชาวประมงได้ใช้โดยเร็วที่สุด เพราะน้ำมันชนิดนี้จะมีราคาที่ถูกกว่าหน้าปั๊มฯ ประมาณ 5 บาท

เช่นเดียวกันเรือประมงในพื้นที่ จังหวัดสงขลา นายสุรเดช นิลอุบล นายกสมาคมประมงจังหวัดสงขลา เผยว่า ราคาน้ำมันเขียวขณะนี้พุ่งสูง เมื่อวานปรับราคาอยู่ที่ลิตรละ 48 บาท 80 สตางค์ ทำให้เรือประมงไม่สามารถเติมน้ำมันเขียวในราคาที่ประกาศปรับใหม่ได้ เพราะหากเติมรอบนี้แล้วออกเรือไปกลางทะเล เมื่อกลับเข้าฝั่ง สัตว์ทะเลที่จับได้ขายราคาเท่าเดิมถือว่าขาดทุน อีกทั้งยังมีค่าแรงคนงานเรือประมงที่ต้องจ่ายตายตัว ถ้าราคาน้ำมันเขียวยังไม่ได้รับการแก้ไข กลุ่มเรือประมงในจังหวัดสงขลาประมาณ 200 ลำ ก็คงต้องจอดช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้

ส่วนในพื้นที่ จังหวัดปัตตานี มีเรือประมงเตรียมจอดเหมือนกันเกือบ 1,000 ลำ