วิกฤตต้นทุนพุ่ง! ร้านข้าวแกง 20 บาทแม่กลอง กัดฟันตรึงราคาช่วยชาวบ้าน แม้กำไรหด หากแบกภาระต้นทุนไม่ไหวจริงๆ อาจต้องขอปรับราคาเป็น 25-30 บาท
สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อราคาน้ำมันโลก ได้เริ่มพ่นพิษใส่ผู้ประกอบการร้านอาหารในไทยอย่างต่อเนื่อง โดยที่จังหวัดสมุทรสงคราม นางเอื้อมพร วิมุกตายน อายุ 60 ปี อดีตผู้บริหารบริษัทเหล็กเส้นในกรุงเทพฯ ที่ผันตัวมาเปิดร้านข้าวแกง 20 บาท บริเวณริมถนนบายพาส ต.ลาดใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม กำลังเผชิญกับภาวะต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นอย่างหนัก จากการสำรวจพบว่าราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นแทบทุกรายการ โดยน้ำมันพืชปรับจากขวดละ 43 บาท เป็น 50 บาท มะเขือเปาะปรับจากกิโลกรัมละ 20 กว่าบาท เป็น 40 บาท เนื้อไก่ปรับจากกิโลกรัมละ 59 บาท เป็น 73 บาท แม้กระทั่งถุงพลาสติกยังปรับราคาจาก 35 บาท เป็น 42 บาท
นางเอื้อมพร เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนตัดสินใจเกษียณตัวเองกลับบ้านเกิดและเปิดร้านอาหารราคาถูกเพราะอยากช่วยเหลือสังคมและผู้ที่มีรายได้จำกัด โดยขายข้าวราดแกง 1 อย่างในราคา 20 บาท และ 2 อย่าง 30 บาท ซึ่งเปิดขายมาได้ประมาณ 4 เดือนแล้ว แต่จากวิกฤตราคาน้ำมันและวัตถุดิบในปัจจุบัน ทำให้ต้นทุนการซื้อของสดพุ่งสูงขึ้นเป็นวันละ 8,000-9,000 บาท จากเดิมที่อยู่ประมาณ 6,000-7,000 บาท ส่งผลให้ในบางวันแทบไม่เหลือกำไรหรือถึงขั้นต้องควักเนื้อนำทุนสำรองที่เตรียมไว้จ่ายค่าเช่าร้านและค่าน้ำค่าไฟมาใช้เป็นทุนหมุนเวียนแทน
อย่างไรก็ตาม นางเอื้อมพรยังคงยืนยันที่จะตรึงราคาขายไว้ที่ 20 บาทต่อไปเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ลูกค้าในพื้นที่ โดยระบุว่าจะพยายามอดทนและประคองร้านให้ถึงที่สุดจนกว่าจะไม่สามารถแบกรับภาระได้ไหว หากถึงจุดที่วิกฤตหนักจริงๆ อาจจะต้องขอความเห็นใจจากลูกค้าเพื่อปรับราคาเป็น 25-30 บาท แต่หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นและลูกค้าไม่สามารถรับภาระราคาใหม่ได้ ตนก็อาจตัดสินใจยุติกิจการและมองหาอาชีพใหม่แทน เนื่องจากไม่อยากขายในราคาที่แพงเกินไปจนเป็นการซ้ำเติมผู้บริโภค