รายงานความเสี่ยงโลก 2026 : ไทยเผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้างด้าน “หนี้” แตกต่างจากแนวโน้มความเสี่ยงของโลก

รายงานความเสี่ยงโลก 2026 : ไทยเผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้างด้าน “หนี้” แตกต่างจากแนวโน้มความเสี่ยงของโลก

View icon 42
วันที่ 25 มี.ค. 2569 | 18.10 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะพันธมิตรหนึ่งเดียวจากประเทศไทยร่วมกับสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum: WEF) เปิดเผยรายงาน The Global Risks Report 2026 ซึ่งสะท้อนภาพความเสี่ยงที่มีลักษณะแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญระหว่างประเทศไทยและบริบทโลก โดยในขณะที่ความเสี่ยงของโลกมุ่งไปที่ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ในระยะสั้น และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ประเทศไทยกลับให้ความสำคัญกับ “หนี้สิน” ในฐานะความเสี่ยงอันดับหนึ่งอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงความท้าทายเชิงโครงสร้างของระบบเศรษฐกิจ

รายงานดังกล่าววิเคราะห์ความเสี่ยงใน 5 มิติหลัก ได้แก่ เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ภูมิรัฐศาสตร์ สังคม และเทคโนโลยี โดยอ้างอิงข้อมูลจากความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญและผู้นำภาคธุรกิจกว่า 12,000 คนทั่วโลก

แนวโน้มความเสี่ยงของโลก: ความแตกต่างระหว่างระยะสั้นและระยะยาว
รายงานชี้ให้เห็นว่า ความเสี่ยงของโลกมีลักษณะเปลี่ยนแปลงตามกรอบเวลาอย่างชัดเจน ได้แก่

- ระยะสั้น (2 ปี): ความกังวลหลักอยู่ที่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความขัดแย้งระหว่างประเทศ การบิดเบือนข้อมูล และการแบ่งขั้วทางสังคม โดยความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจไม่ได้อยู่ในอันดับต้น

- ระยะยาว (10 ปี): ความเสี่ยงเปลี่ยนไปสู่ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก เช่น เหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และการเสื่อมถอยของระบบนิเวศ

แนวโน้มความเสี่ยงของประเทศไทย: เศรษฐกิจเป็นประเด็นหลัก

69c3c38f3ee579.37764128.JPG

ในทางกลับกัน ความเสี่ยงสำคัญของประเทศไทยในปี 2569 มุ่งเน้นไปที่มิติทางเศรษฐกิจอย่างชัดเจน โดย 5 อันดับแรก ได้แก่

1. หนี้สิน (Debt): ครอบคลุมทั้งหนี้สาธารณะ หนี้ภาคธุรกิจ และหนี้ครัวเรือน โดยเป็นความเสี่ยงอันดับหนึ่งของไทยต่อเนื่อง ขณะที่ในระดับโลกอยู่ในลำดับที่ต่ำกว่า

2. ภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Economic downturn)

3. ภาวะการว่างงานหรือขาดโอกาสทางเศรษฐกิจ (Lack of economic opportunity and unemployment)

4. ผลกระทบเชิงลบจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Adverse outcomes of AI)

5. ความเหลื่อมล้ำทางรายได้และความมั่งคั่ง (Inequality)

69c3c38f73ed80.73625837.JPG

เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในภูมิภาคอาเซียน จะเห็นถึงความแตกต่างเชิงโครงสร้างของความเสี่ยง โดยบางประเทศให้ความสำคัญกับผลกระทบจากเทคโนโลยีหรือความตึงเครียดทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ในขณะที่ประเทศไทยยังคงเผชิญแรงกดดันจากปัญหาหนี้เป็นหลัก

69c3c6668b33e1.30470455.JPG

นัยเชิงนโยบายและแนวทางการรับมือ
รายงานเสนอว่า การบริหารจัดการความเสี่ยงจำเป็นต้องอาศัยแนวทางแบบบูรณาการ ครอบคลุมทั้งระดับนโยบายและระดับองค์กร ได้แก่
- การใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อบริหารความเสี่ยง
- การส่งเสริมความรู้และทักษะผ่านระบบการศึกษา
- การลงทุนด้านวิจัยและนวัตกรรม
- การเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ
69c3c66640a786.23946330.JPG

การดำเนินการอย่างเป็นระบบในประเด็นเหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจไทย และเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับความไม่แน่นอนทั้งในประเทศและระดับโลก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง