ผลกระทบราคาน้ำมันแพง ผู้ประกอบการรถไถ รถดำนา เตรียมปรับราคา ทุกข์หนักตกที่เกษตรกร หากไม่ไหวอาจได้เลิกทำ วอนช่วยมาดูแลชาวนาด้วย ไม่ใช่สนใจเฉพาะตอนหาเสียงเท่านั้น ทุกอย่างแพง แต่ราคาข้าวตกต่ำ
วันนี้ (26 มี.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังมีการปรับราคาน้ำมันดีเซลรวดเดียว 6 บาท ซึ่งสงผลกระทบต่อทุกภาคส่วน ทั้งเกษตรกร และผู้ประกอบการรับจ้างไถนา ต่างต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่ม อาจต้องปรับราคาค่าบริการค่าจ้างทั้งรถไถ รถดำนา และโดรนฉีดพ่นยา ขณะที่ชาวนาก็แทบจะไม่ไหว ค่าใช้จ่ายพุ่งสูง จนต้องเลิกสูบน้ำเข้านา เพราะไม่มีเงินเติมน้ำมัน พร้อมฝากถึงรัฐบาลช่วยดูแลชาวนา ไม่ใช่มาเฉพาะตอนหาเสียงเท่านั้น
นายสมบูรณ์ อายุ 59 ปี ชาวบ้าน ต.หนองบัว อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม อาชีพเกษตรกร และรับจ้างไถนา รถดำนา และบริการโดรนพ่นยา บอกว่า เพิ่งไปซื้อมาเมื่อเช้าวันนี้ โดยราคาที่ซื้อเกือบ 40 บาท จากการปรับราคาล่าสุด ซึ่งตกใจพอสมควรเมื่อเห็นราคาที่ปรับขึ้น เพียงคืนเดียวปรับขึ้นถึง 6 บาท โดยน้ำมันที่ซื้อมาเพื่อใส่กับเครื่องมือการเกษตรของตน ทั้งรถไถ รถปักดำข้าว และเติมน้ำมันเครื่องปั่นไฟสำหรับชาร์จแบตโดรน ซึ่งก่อนหน้านี้ปกติถังขนาด 20 ลิตรที่นำไปเติม 1 ถัง จะใช้เติมประมาณ 500 บาท ตอนนี้ต้องเติมถึง 700 บาทต่อถัง ถึงจะได้ปริมาณน้ำมันเท่าเดิม และยังไม่รู้ว่าราคาจะขยับขึ้นอีกหรือไม่ เพียงเท่านนี้ก็ถือว่าหนักมากแล้ว ส่งผลกระทบโดยตรงกับเกษตรกร เพราะต้นทุนน้ำมันแพงขึ้น ต่อไปผู้ที่ไปรับจ้างไถนา ก็คงต้องขยับราคาค่าไถขึ้นด้วยเช่นกัน ทำให้เกษตรกรต้องแบกภาระเพิ่มขึ้นไปอีก
นายสมบูรณ์ บอกอีกว่า รู้สึกหนักใจกับพี่น้องชาวนา เพราะราคาสินค้าเกษตรยังไม่มีการขยับขึ้น แต่สินค้าอย่างอื่นเริ่มปรับราคาหมดแล้ว ทั้งนี้น้ำมันที่ไปซื้อมาไว้ไม่ได้ออกไปซื้อทุกวัน เพราะช่วงนี้น้ำมันจะมาเป็นรอบการส่ง ถ้าน้ำมันมาส่งก็จะออกไปซื้อมาไว้ เผื่อว่าวันหน้าเราต้องการใช้งานอาจไม่มีน้ำมัน ก็ต้องรอรอบหลังออกไปอีก จึงต้องซื้อมาสำรองไว้ และโชคดีที่หลังน้ำมันขึ้นให้เติมใส่ถังได้ โดยก่อนหน้านี้ให้เพียงคนละ 500 บาท ไม่ว่าจะใส่ถังหรือเติมรถ แต่พอน้ำมันขึ้นมา 39.40 บาทต่อลิตร ทางปั๊มน้ำมันเปิดให้ซื้อได้ตามปกติ
หากราคาน้ำมันยังขึ้นต่อเนื่องเช่นนี้ ราคาค่าจ้างไถนาหรือรถปักดำนา น่าจะปรับราคาขึ้นอีก แต่จะปรับเท่าใดก็ต้องขอดูกันอีกที ตอนนี้ยังพอรับไหว ก็ถือว่าช่วย ๆ กันไปก่อน โดยราคาไถปั่นปรับดินเตรียมปลูก ปัจจุบันราคาไร่ละ 300 บาท ส่วนรถปักดำกล้าข้าว ราคาอยู่ที่1,300-1,400 บาทต่อไร่ ซึ่งรวมหมดทุกขั้นตอนตั้งแต่เตรียมแผ่นต้นกล้าข้าว ใช้รถลากรถปักดำไปที่นาชาวบ้าน ขนกล้าจากที่เพาะไปที่นา และยังรวมค่าคนงานช่วยยกกล้าใส่รถปักดำอีก ถ้าราคาน้ำมันยังขึ้นสูงแบบนี้อีก ราคาค่าบริการอาจขอเพิ่มประมาณ 120-150 บาทต่อไร ซึ่งก็จะกระทบเกษตรกรโดยตรงที่ต้องแบกรับภาระไว้
ด้าน นายสมยศ อายุ 61 ปี ชาวนา ต.หนองบัว อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม เจ้าของที่นา 9 ไร่ ซึ่งว่าจ้างโดรนมาพ่นยาเพื่อกำจัดเพลี้ยในนาข้าว บอกกว่า หลังราคาน้ำมันปรับขึ้น กระทบกับเกษตรกรแบบเต็ม ๆ ตอนนี้ถึงขั้นไม่กล้าสูบน้ำใส่ข้าวแล้ว จากปกติต้องสูบเดือนละ 2 ครั้ง ราคาก็ตกไป 5,000-6,000 บาทต่อเดือนแล้ว พอมาปรับราคาน้ำมันขึ้นแบบนี้ชาวนารับแบบเต็ม ๆ เพราะค่าใช้จ่ายในการทำนามีมาก ทั้งค่าไถ ค่าน้ำมัน ค่ายาฆ่าแมลง ค่าปุ๋ย ราคาน้ำมันมาปรับเพิ่มอีก ขณะที่ราคาข้าวตกต่ำ เกษตรกรตายอย่างเดียว ตอนนี้การทำนาไม่คุ้มเลย เพราะราคาข้าวต่ำมาก ถ้ายังเป็นเช่นนี้อีกอาจต้องได้หยุดทำนา ตอนนี้ที่ทำอยู่ก็แทบจะปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติแล้ว รอน้ำจากฟ้าแทน เพราะไม่มีเงินเติมน้ำมัน ลำพังหาเงินใช้จ่ายในครอบครัวก็ลำบากแล้ว อยากฝากถึงรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องให้ช่วยมาดูแลชาวนาด้วย ไม่ใช่สนใจเฉพาะตอนหาเสียงเท่านั้น