อธิบดีให้สัมภาษณ์ทำให้สังคมเข้าใจคลาดเคลื่อน สหภาพฯรฟท. ร่อนแถลงการณ์แจงยิบ ระยะเบรก คือ 200 ม. ไม่ใช่ 2 ก.ม.พนักงานในขบวนรถที่เกิดเหตุ ไม่ใช่ผู้ขับรถไฟที่ไม่มีใบอนุญาต ที่ผ่านมายื่นขอรับใบอนุญาต 951 คน ได้มาเพียง 208 คน หากให้เป็นไปตามความเห็นของอธิบดี 743 คน ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ต้องหยุดขบวนรถ 743 ขบวน
รถไฟชนรถเมล์ วันนี้ (19 พ.ค.69) ผู้สื่อข่าวรายงานวาส สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) ออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ของพนักงานขับรถไฟ และการคุ้มครองตามบทเฉพาะกาลแห่ง พ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 โดยระบุว่า สร.รฟท. ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสียและผู้ได้รับบาดเจ็บทุกท่าน โดยในส่วนของข้อเท็จจริงและสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุในครั้งนี้ อยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบและสอบสวนอย่างละเอียดของคณะกรรมการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่มีบางประเด็นที่เป็นข่าวคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง จึงขอชี้แจงดังนี้
1 กรณีที่อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ที่ขบวนรถต้องใส่ห้ามล้อก่อนถึงจุดที่หยุดระยะ 2 กิโลเมตร นั้น ไม่ถูกต้อง การจะหยุดขบวนรถได้อย่างมีประสิทธิภาพจะประกอบด้วย ความสมบูรณ์ของรถจักร อัตราหน่วยลากจูงของขบวนรถ วันดังกล่าวขบวนรถมีหน่วยลากจูง 578 หน่วย ความเร็วไม่เกินพิกัด 40 กม./ชม. ระยะทางสามารถหยุดขบวนรถได้ตามปกติประมาณ 200 เมตร ไม่ใช่ 2 กิโลเมตร
2 ก่อนที่จะมีการตรา พ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 พนักงานขับรถของ รฟท. ทุกคน ได้รับการกลั่นกรอง การฝึกอบรม การทดสอบ และการแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่พนักงานขับรถอย่างถูกต้องตามกฎหมายโดย เป็นไปตามข้อบังคับของ รฟท. บุคลากรทุกคนผ่านกระบวนการคัดกรองที่มีมาตรฐาน และมีกฎหมายรองรับสถานะการทำงานมาโดยตลอดโดย ฐานอำนาจและมาตรฐานเดิมในการปฏิบัติหน้าที่ก่อนมีการจัดตั้งกรมการขนส่งทางราง
3 แม้ว่า พ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 จะได้รับการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 และมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 แต่ในบทเฉพาะกาล มาตรา 156 ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ได้บัญญัติรองรับและคุ้มครองสิทธิของพนักงานขับรถไฟเดิมไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้พลางก่อนในระหว่างช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระบบใบอนุญาตใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดภาวะสูญญากาศและกระทบต่อการบริการเดินรถสาธารณะ
4 รฟท. ไม่ได้ละเลยหรือเพิกเฉยต่อกฎหมายใหม่ แต่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของมาตรา 156 อย่างต่อเนื่อง โดยได้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประจำหน้าที่ต่ออธิบดีกรมการขนส่งทางรางแล้วจำนวนทั้งสิ้น 951 คน ในจำนวนนี้ รฟท. ได้รับใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่มาแล้วเพียง 208 คน และหากให้เป็นไปตามความเห็นของอธิบดีการขนส่งทางราง พนักงานขับรถอีก 743 คน ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ต้องหยุดขบวนรถ 743 ขบวน
ทั้งนี้ในความเป็นจริงพนักงานขับรถไฟที่เหลือรวมถึงพนักงานในขบวนรถที่เกิดเหตุ ได้ทำหน้าที่ขับรถไฟมานานก่อนมีการจัดตั้งกรมการขนส่งทางรางหลายปีมาแล้ว และอยู่ระหว่างกระบวนการเปลี่ยนผ่านตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่เป็น "ผู้ขับรถไฟที่ไม่มีใบอนุญาต" ตามที่กรมการขนส่งทางราง ได้สื่อให้สังคมรับรู้ ซึ่งอาจทำให้สังคมเข้าใจคาดเคลื่อนได้
5 พนักงานขับรถไฟ ต้องมีอัตรากำลังทั้งสิ้น 1,258 คน แต่ปัจจุบันมีพนักงานขับรถเพียง 951 คน ที่ต้องทำงานตลอดเวลาแทบจะไม่ได้หยุดพักผ่อนประจำสัปดาห์ ซึ่ง สร.รฟท. และการรถไฟฯ ได้เรียกร้องต่อ รมว.คมนาคม ตลอดมา ให้เพิ่มอัตรากำลังให้เพียงพอต่อการทำงาน เพื่อประโยชน์ในการให้บริการประชาชน และเพื่อป้องกันความเหนื่อยล้าของพนักงาน ที่ต้องใช้ความสามารถพิเศษในการขับเคลื่อนรถจักรที่ใช้งานมาเป็นเวลานาน และเพื่อความปลอดภัยต่อประชาชน สหภาพแรงงานฯได้ตระหนักและได้เรียกร้องให้มีเรื่องการปรับปรุงด้านความปลอดภัยที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดมาโดยตลอด