น้ำมันขึ้นราคาทำธุรกิจโรงแรมเชียงใหม่สะดุด นักท่องเที่ยวลังเลเดินทางมาเที่ยว คาดช่วงเทศกาลสงกรานต์หายไปกว่า 20 เปอร์เซ็นต์
วันนี้ (27 มี.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์น้ำมันที่มีการปรับราคาขึ้นและมีไม่เพียงพอต่อความต้องการในปัจจุบัน ได้ส่งผลกระทบอย่างหนักในด้านการเดินทาง ทั้งการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน รวมถึงการท่องเที่ยว ล่าสุดนายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ (ตอนบน) คาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวโดยเฉพาะคนไทยจะวางแผนเรื่องการท่องเที่ยวใหม่ เพราะกลัวเดินทางมาแล้วไม่มีน้ำมันเดินทางกลับ หรือระหว่างทางไม่มีน้ำมันให้เติม คาดว่าทำนักท่องเที่ยวที่จะมาช่วงเทศกาลสงกรานต์หายไปกว่า 20 เปอร์เซ็นต์
นายไพศาล สุขเจริญ นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ (ตอนบน) กล่าวว่า การเดินทางท่องเที่ยวมายัง จ.เชียงใหม่ ถ้าเป็นระหว่างประเทศก็ยังเป็นเครื่องบิน กลุ่มนักท่องเที่ยวจากฝั่งตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกาใต้ ในช่วงเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา มีการยกเลิกการเดินทางมาเกือบทั้งหมด กลุ่มที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในช่วงกรีนซีซัน หรือช่วงเทศกาลสงกรานต์ ก็มีการยกเลิกไปแบบไม่มีกำหนด เพราะไม่มีเครื่องบินที่จะเดินทางเข้ามา ส่วนกลุ่มยุโรปก็กลัวเรื่องสงคราม จึงทำให้พ่วงไปด้วยในการยกเลิกการเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย แต่ จ.เชียงใหม่ ยังโชคดีที่ได้นักท่องเที่ยวโซนเอเชียกับนักท่องเที่ยวประเทศจีนจองเข้ามาเพิ่มขึ้น ซึ่งกลุ่มที่ยกเลิกไปประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ส่วนนักท่องเที่ยวจีนและกลุ่มเอเชียที่เข้ามาจะอยู่ที่ 10 – 15 เปอร์เซ็นต์ ก็ยังคงเฉลี่ยกันได้อยู่
ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ขณะที่ห้องพักก่อนที่เกิดสงครามในตะวันออกกลาง มีการจองห้องพักประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ ขณะนี้มีนักท่องเที่ยวจีนและเอเชียมาเติม ก็มีอัตราใกล้เคียงกันแล้ว ที่เหลืออีก 30 เปอร์เซ็นต์ จากคนเชียงใหม่ หรือต่างจังหวัด ก็อยากได้เพิ่มอีกอย่างน้อยแค่ 20 เปอร์เซ็นต์ ก็ได้ให้ภาพรวมอยู่ที่ 90 เปอร์เซ็นต์ จึงคาดหวังว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวคนไทยด้วยกัน ที่เดินทางโดยรถยนต์ กลุ่มนี้จะไม่ซื้อตั๋วเครื่องบินแน่นอน เพราะตั๋วเครื่องบินแพงมาก
อย่างไรก็ตาม จ.เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่แปลก สายการบินต่าง ๆ ไม่ทราบว่าคิดอย่างไร ทำไมตั๋วเครื่องบินถึงแพงกว่าทุกที่ ในช่วงเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ตั๋วเครื่องบินจากเชียงใหม่ - กรุงเทพฯ หรือกรุงเทพฯ - เชียงใหม่ เดินทางขาเดียวมีราคาสูง 6,000 - 7,000 บาท ทำให้นักท่องเที่ยวกลัวการเดินทาง คนไทยกลุ่มนี้จะใช้วิธีขับรถมาเที่ยวเอง รัฐบาลต้องช่วยเหลือในเรื่องนี้ จะปรับราคาขึ้นเท่าไรไม่ว่า แต่ต้องมีให้เขาเติมน้ำมัน จากการสังเกตช่วง 2 - 3 วันที่ผ่านมา ในตัวเมืองเชียงใหม่ยังไม่ค่อยได้รับผลกระทบ แต่ในอำเภอรอบนอก อย่างเช่น เชียงใหม่ ฝาง ไชยปราการ และแม่อาย ต้องนำรถไปจอดเรียงต่อกันทิ้งไว้ตั้งแต่ช่วงกลางคืน และให้ญาติมารับกลับ แล้วใกล้เช้าถึงค่อยมาเลื่อนรถเพื่อเติมน้ำมัน
ตรงนี้ถือว่าน่ากลัว เพราะไม่มีน้ำมันให้เขาเติม เขาจะมาเที่ยวได้อย่างไร และขณะนี้น้ำมันปรับขึ้นราคา 6 บาทต่อลิตร ทุกคนก็ยังต้องเติม เพราะต้องใช้ในชีวิตประจำวัน การเดินทางไปทำงาน ใช้รถกระบะไปขนสินค้าทางการเกษตร เพราะเป็นสิ่งจำเป็นในภาคเหนือ เพราะเป็นพื้นที่ทำการเกษตร หวังว่ารัฐบาลจะรีบแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำมันให้พอใช้มากกว่าราคาที่ปรับขึ้น หากวันที่ 1 เม.ย. 69 น้ำมันยังไม่เสถียรตามปั๊มน้ำมันต่าง ๆ เชื่อว่าการท่องเที่ยวกระทบแน่นอน เพราะจะไม่มีการวางแผนเรื่องการเดินทางมาท่องเที่ยว และต้องหยุดชะงัก รวมถึงเงินทุนหมุนเวียน รายได้ต่าง ๆ
ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทุกคนก็ต้องวางแผนใหม่ เช่น พ่อค้าแม่ค้าที่ลงทุนนำของที่จะเตรียมขาย ทั้งปืนฉีดน้ำ ถังน้ำ ที่นำเข้ามาจากประเทศจีน รอมาขายช่วงเทศกาลสงกรานต์ มีเต็มโกดัง ก็ต้องขาดทุน ซึ่งโรงแรมได้ถูกผลกระทบตั้งแต่ช่วงต้นเดือน มี.ค. เป็นต้นมาแล้ว จนถึงขณะนี้ก็ยังมีการยกเลิกอยู่ นักท่องเที่ยวต่างประเทศก็ยังไม่มั่นใจว่าจะเดินทางมาท่องเที่ยวได้หรือไม่ เพราะหลายคนคิดว่าภาวะสงครามจะไม่นาน แต่ยังมีการยืดเยื้อ ก็จะมีการยกเลิกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงปัญหาหลักอีกส่วนคือ คนที่จะเดินทางมาเที่ยวแล้วกลัวว่าจะไม่มีน้ำมันเติมจะเดินทางกลับอย่างไร หรือระหว่างทางไม่มีน้ำมันจะทำอย่างไร
สำหรับการท่องเที่ยวหากมีคำว่ากลัว หรือเขาคิดว่าไม่ปลอดภัย ทุกคนจะไม่เดินทางไปเที่ยวแน่นอน อย่าให้เกิดเรื่องไม่มีน้ำมันเติม แม้ว่าราคาน้ำมันแพง แต่ก็ยังมีการต่อคิวยาว 2 - 3 กิโลเมตร เพื่อจะเติมน้ำมัน ดังนั้น ต้องมีน้ำมันให้เขาเติม หากเป็นแบบนี้คนไทยที่คาดหวังว่าจะมาเติมเต็มกลุ่มนักท่องเที่ยวที่หายไป ห้องพักก็จะไม่มีนักท่องเพิ่มขึ้น หรืออาจจะเพิ่มแต่ไม่เยอะ เพราะยังมีกลุ่มที่ขับรถไฟฟ้าจะได้เปรียบ หรือกลุ่มที่มาเที่ยวหลาย ๆ วัน คือมาถึงแล้วจอดรถเพื่อเที่ยวในตัวเมืองเชียงใหม่ คิดว่าจะมีกลุ่มเหล่านี้เข้ามาท่องเที่ยวอยู่ อย่างน้อยคาดว่าประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ที่หายไปในตอนนี้
ปกติแล้วนักท่องเที่ยวเดินทางโดยเครื่องบินมาเชียงใหม่วันละ 30,000 - 35,000 คน แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 25,000 - 26,000 คน ส่วนสายการบินหลายสายช่วงเทศกาลสงกรานต์ก็เต็มแล้ว เพราะยังมีบางกลุ่มที่เดินทางมาอยู่ และมีนักท่องเที่ยวจีนมาเสริม ทางที่ดีรัฐบาลควรส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยเน้นเรื่องของความปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ และโพรโมตเรื่องที่เชียงใหม่ปลอดภัยที่สุดในอาเซียน ซึ่งเชียงใหม่ติด 1 ใน 10 ของโลก ที่มาเที่ยวแล้วปลอดภัย ควรโพรโมคให้นักท่องเที่ยวได้รับทราบว่าเชียงใหม่ไม่น่ากลัวเหมือนในอดีต ช่วงที่ผ่านมาทางรัฐบาลได้จ้าง "ลิซ่า" มาโพรโมทการท่องเที่ยว คนมาเชียงใหม่ก็มาตามรอย "ลิซ่า" อย่างวัดเจดีย์หลวง ไปไหว้พระ ไปตามจุดที่ถ่ายรูป ก็ส่งเสริมการท่องเที่ยวได้