ทูตพิเศษสหรัฐฯ เผย หวังเปิดเจรจากับอิหร่านได้ในเร็ว ๆ นี้ ขณะที่ อิหร่านชี้ว่า การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล ย้อนแย้งกับการคำกล่าวของทรัมป์ที่ระบุว่าจะ "ขยายเส้นตายเพื่อเจรจาทางการทูต"
อับบาส อารักชี (Abbas Araghchi) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เปิดเผยว่า อิสราเอลได้โจมตีโรงงานเหล็ก 2 แห่ง ที่ใหญ่ที่สุดในอิหร่าน รวมทั้งโรงไฟฟ้า และศูนย์นิวเคลียร์ของพลเรือน รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ โดยอิสราเอลอ้างว่าเป็นการโจมตีที่ได้ดำเนินการประสานงานกับสหรัฐฯ ซึ่งการโจมตีดังกล่าวสวนทางกับคำพูดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ที่ระบุว่าจะขยายเส้นตายการโจมตีโรงไฟฟ้าและแหล่งพลังงานของอิหร่านออกไปอีก เพื่อดำเนินการเจรจาทางการทูต ก่อนหน้านี้ อารักชียังกล่าวหาว่าสหรัฐฯ และอิสราเอล เดินหน้าโจมตีเป้าหมายที่เป็นพลเรือนโดยผิดกฎหมาย รวมถึงโรงเรียน, โรงพยาบาล, อาคารทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม และพื้นที่อยู่อาศัยของประชาชน
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า วานนี้ กองทัพอิหร่านได้โจมตีฐานทัพอากาศปรินซ์สุลต่าน (Prince Sultan Air Base) ในซาอุดีอาระเบีย ส่งผลให้ทหารสหรัฐฯ บาดเจ็บ 12 นาย ในจำนวนนี้มีอาการสาหัส 2 นาย ซึ่งความสูญเสียล่าสุดนี้ทำให้จำนวนทหารสหรัฐฯ ที่ได้รับบาดเจ็บนับตั้งแต่สงครามกับอิหร่านเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 300 นายแล้ว และมีทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตอีก 13 นาย
ขณะที่ สตีฟ วิตคอฟฟ์ (Steve Witkoff) ทูตพิเศษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประจำตะวันออกกลาง ให้สัมภาษณ์ที่งาน Future Investment Initiative ในเมืองไมแอมี ว่าสหรัฐฯ หวังว่าจะได้จัดการประชุมกับอิหร่านในเร็ววันนี้ ซึ่งบ่งชี้ถึงความคืบหน้าในความพยายามทางการทูตที่กำลังดำเนินอยู่ และเชื่อว่าการเจรจาอาจเกิดขึ้นได้เร็วที่สุดในสัปดาห์นี้ แม้ว่าคำจำกัดความของการเจรจาอย่างเป็นทางการระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะแตกต่างกันก็ตาม
ส่วนความคืบหน้าสถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) วานนี้ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC ระบุว่า การขนส่งสินค้าเข้าและออกจากท่าเรือของพันธมิตรและผู้สนับสนุนอิสราเอล และสหรัฐฯ ไปยังจุดหมายปลายทางใด ๆ ก็ตาม จะถูกห้ามผ่านเส้นทางช่องแคบฮอร์มุซ