รวบสองผัวเมียบัญชีม้าแก๊งร้านค้าลวงโลก หลอกสาวโรงงานสูญกว่า 500,000 บาท

รวบสองผัวเมียบัญชีม้าแก๊งร้านค้าลวงโลก หลอกสาวโรงงานสูญกว่า 500,000 บาท

View icon 52
วันที่ 29 มี.ค. 2569 | 15.46 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (29 มี.ค. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม ร่วมกันจับกุม นายโสฬส อายุ 52 ปี และ น.ส.กาญจนา อายุ 52 ปี ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน 

1.นายโสฬส อายุ 52 ปี (สามี) ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดเพชรบุรี ที่ 460/2568 ลงวันที่  14 ตุลาคม 2568 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์  ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ,ยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือ บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนฯ และศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ จ.312/2568 ลงวันที่ 9  มิถุนายน 2568 ข้อหา “ยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัตรอิเล็กทรอนิกส์ฯ

2.น.ส.กาญจนา อายุ 52 ปี (ภรรยา) ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดพล ที่336/2568 ลงวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ข้อหา “โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ,ยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตนฯ ”

โดยสามารถจับกุมตัวได้ในพื้นที่ ต.แก่งเสี้ยน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี

พฤติการณ์ ก่อนการจับกุม เมื่อวันที่ (5 มี.ค. 68) ขณะที่ผู้เสียหายพนักงานโรงงานแห่งหนึ่งใน จ.เพชรบุรี หลังเลิกงานนั่งเล่นแอปพลิเคชันที่บ้านพัก ได้มีคนร้ายใช้ชื่อบัญชีว่า "Attipong Amatayakul" ส่งข้อความทักมาแนะนำตัวเองว่าชื่อนายอัทธิพงค์ ชักชวนผู้เสียหายทำงานหารายได้พิเศษ ผู้เสียหายอยากมีรายได้เสริม เพื่อส่งลูกเรียนหนังสือสูง ๆ จึงตอบตกลง

จากนั้นนายอัทธิพงค์ ได้ส่งลิงก์ร้านค้ามาให้ผู้เสียหายสมัครลงทะเบียนหน้าร้านคาเพื่อขายสินค้าในเวปไซต์หนึ่งและเปิดหน้าร้านในเวปดังกล่าว

จากนั้นให้ผู้เสียหายเข้าไปเลือกสินค้าในเวปเอามาลงหน้าร้านค้า เพื่อไว้ขายให้ลูกค้าและเมื่อมีลูกค้าสั่งซื้อสินค้า ให้ผู้เสียหายโอนจ่ายค่าสินค้าที่ลูกค้าสั่งซื้อเพื่อสร้างยอดขายให้กับตนเอง แล้วทางเวปจะโอนเงินคืนมาให้โดยผู้เสียหายจะได้ผลตอบแทนประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ของยอดขาย  

หากลูกค้าสั่งซื้อสินค้าเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐผู้เสียหายจะต้องโอนเงินบาทไทยไปแลกเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ  และให้ติดต่อกับแอดมิน เพื่อแลกเงินจากเงินบาทไทยเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ 

เมื่อผู้เสียหายติดต่อแอดมินดังกล่าวเพื่อแลกเงิน แอดมินได้ส่งคิวอาร์โค้ตพร้อมเพย์ของนายโสฬส และ น.ส.กาญจนา  สองสามีภรรยาผู้ต้องหาในคดีนี้มาให้ผู้เสียหายแสกนเพื่อแลกเงิน ซึ่งเมื่อผู้เสียหายแลกเงินและโอนเงินเข้าระบบของเวปดังกล่าวแล้ว ที่หน้าร้านออนไลน์ของผู้เสียหายก็จะมียอดขายของผู้เสียหายพร้อมกำไรที่ได้ขึ้นมาทุกครั้งที่มีลูกค้าสั่งซื้อสินค้า ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าตนเองสามารถขายของและมีกำไร จึงโอนไปเรื่อยๆ ตามยอดขายที่ลูกค้าเข้ามาสั่งซื้อสินค้า

ปรากฏว่า เมื่อต้องการถอนเงินกำไรที่ได้ออกมาไม่สามารถถอนเงินได้ ทางแอดมินแจ้งว่าทำผิดขั้นตอน ต้องโอนเงินไปแก้ไขระบบจนสูญเงินกว่า 500,000 บาท จึงเชื่อว่าถูกหลอกจึงเข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเพชรบุรี รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับ นายโสฬส ส่วน น.ส.กาญจนา มีผู้เสียหายท้องที่  สภ.พล จ.ขอนแก่น แจ้งความร้องทุกข์ว่าถูกหลอกให้ทำงานออนไลน์ลักษณะเดียวกันและให้โอนเงินไปที่บัญชีธนาคารของ น.ส.กาญจนา สูญเงินไปกว่า 100,000 บาท เช่นเดียวกัน

กระทั่งถูกจับกุมพร้อมกัน เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากว่า นายโสฬส อายุ 52 ปี สัญชาติ ไทย และน.ส.กาญจนา อายุ 51 ปี สัญชาติ ไทย สองสามี ภรรยาหลบหนีการจับกุมมาอาศัยอยู่ที่ บ้านใน ต.แก่งเสี้ยน อ.เมือง 
จ.กาญจนบุรี จึงได้ร่วมกันเดินทางไปตรวจสอบ

เมื่อไปถึงพบ น.ส.กาญจนา ยืนอยู่บริเวณหน้าบ้านหลังดังกล่าว ตามที่ได้รับแจ้ง จึงได้เข้าควบคุมตัว แต่นายโสฬส อาศัยช่วงชุลมุน ได้วิ่งหลบหนีไปทางหลังบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิ่งติดตามแต่ก็ไม่ทัน เพราะนายโสฬส ชำนาญพื้นที่ แต่สังเกตุเห็นสุนัข ของนายโสฬส ยืนอยู่ตรงพุ่มหญ้า จึงเดินไปตรวจสอบ

จนพบว่านายโสฬส หลบอยู่  เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงได้เข้าไปควบคุมตัว และแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ พร้อมแสดงหมายจับดังกล่าวให้ นายโสฬส ดู และเมื่ออ่านข้อความ ในหมายจับจนรับทราบข้อความในหมายจับแล้วยอมรับ ว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และยังไม่เคยถูกจับกุม ตามหมายจับนี้มาก่อนแต่อย่างใด 

จากการสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น นายโสฬส และ น.ส.กาญจนา ให้การยอมรับว่าตนเองกับภรรยา มีอาชีพเก็บของเก่าขาย ก่อนหน้านี้มีนายแซม คนต่างด้าว มาติดต่อให้ไปเปิดบัญชีที่ธนาคารแห่งหนึ่งใน จ.สระแก้ว และสแกนหน้าได้รับค่าตอบแทนเงินคนละ 5,000 บาท แล้วส่งขึ้นรถตู้กลับ

หลังจากนั้น มีหมายเรียกจากตำรวจมาหลายใบ จึงย้ายที่อยู่ไปเรื่อยโดยใช้อาชีพเก็บของเก่าหาเลี้ยงชีพ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง