ห้องข่าวภาคเที่ยง - เมื่อวานนี้กองทัพบก พาสื่อมวลชนไปดูพื้นที่ช่องอานม้า และเนิน 677 ให้เห็นกับตาเลยว่า กว่าทหารไทยจะทวงคืนแผ่นดินไทยได้ มีความยากลำบากขนาดไหน
เปิดภาพความยากลำบากทวงคืนเนิน 677
ไปดูที่เนิน 677 จุดยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญที่สุดในสมรภูมิช่องอานม้า เพราะเป็นจุดสูงข่ม ซึ่งในการสู้รบครั้งแรก ไทยเราทวงคืนช่องอานม้าได้ แต่อยู่ในพื้นที่ไม่ได้ เพราะเนิน 677 และเนิน 500 ซึ่งเป็นจุดสูงข่ม ที่อยู่ประกบช่องอานม้าซ้าย-ขวา ทำให้การสู้รบครั้งที่ 2 เนิน 677 จุดที่สูงที่สุดในพื้นที่ ทหารไทยต้องยึดให้ได้เป็นเป้าหมายแรก
แต่กว่าจะยึดได้ เรียกได้ว่า ยากลำบาก เพราะทหารกัมพูชา เข้ามารุกล้ำ สร้างฐานที่มั่นบนเนิน 677 ตั้งแต่สมัยสงครามเขมรแดง ในช่วงการสู้รบครั้งที่ 2 ทหารไทย โดยหน่วยรบพิเศษ ต้องแบกปืน ปีนภูเขาขึ้นไปสู้ โดยต้องใช้บันไดลิงพาดผาภูเขา ค่อย ๆ ปีนขึ้นไป แถมต้องหลบกระสุนระเบิด BM-21 ที่กัมพูชาระดมยิงเข้ามาเฉลี่ยวันละ 500 นัด จนสามารถยึดเนิน 677 ได้ ในวันที่ 12 ธันวาคม 2568 จากนั้นก็เข้าควบคุมเนิน 500 และช่องอานม้า ทำให้ทหารไทยควบคุมพื้นที่นี้ได้แบบ 100% ในวันที่ 10 ของการสู้รบ
และที่เนิน 677 นี้ เราต้องสูญเสียทหารหน่วยรบพิเศษ 4 นาย ซึ่งปัจจุบันกองทัพภาคที่ 2 ได้สร้างอนุสรณ์ เพื่อระลึกถึงทหารทั้ง 4 นาย และตั้งชื่อผาว่า "ผาดำรงเกียรติ"
ด้านรองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 ยอมรับว่า กว่าทหารไทย จะเข้าควบคุมพื้นที่เนิน 677 ได้ไม่ง่าย และก็มีความกดดัน โดยใช้ระยะเวลาเข้าตีประมาณ 5-6 วัน โดยต้องมั่นใจก่อนว่า การต่อต้านของฝ่ายกัมพูชาลดลงน้อยที่สุดแล้ว และเมื่อมีโอกาสเหมาะสม เราจึงเริ่มดำเนินการปฏิบัติการ ซึ่งการสู้รบทั้ง 2 รอบ ไทยเราเสียทหารกล้าไปทั้งหมด 7 นาย ในสมรภูมินี้
เปิดภาพปัจจุบัน "อนุสาวรีย์ตาอม"
ส่วนภาพปัจจุบันที่ช่องอานม้า โดยเฉพาะอนุสาวรีย์ตาอม ที่นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชามาสร้างเอาไว้ ช่วงประมาณปี 2554 ในแผ่นดินไทย ซึ่งมีการวิเคราะห์กันว่า ฮุน เซน และ ฮุน มาเนต สร้างรูปปั้นตาอม ขี้ม้า ชี้หอก มาทางฝั่งไทย เพื่อเป็นการ "มู" หวังจะสะกดทหารไทย แต่ว่า การสู้รบครั้งแรก ปืนใหญ่ฝ่ายกัมพูชา ตั้งใจจะยิงใส่ทหารไทย แต่ดันพลาดไป โดนอนุสาวรีย์ตาอม และปัจจุบัน ทหารไทยรื้อถอนอนุสาวรีย์ตาอม ไปหมดแล้ว
ทหารไทยทำพิธีล้างมนต์ดำ "ตาอม"
ส่วนเศษซาก ตรงบริเวณใบหน้าของตาอม และหอก ปัจจุบันทหารไทยนำไปเก็บรักษาไว้ และได้ทำพิธีข่ม และล้างมนต์ดำเขมรเรียบร้อยแล้ว ตามความเชื่อของคนในวงการไสยศาสตร์ ซึ่งในอนาคต อาจนำไปเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์