สนามข่าว 7 สี - ประเด็นร้อนแรงเกี่ยวกับการขึ้นราคาน้ำมันกลางดึกเมื่อวันก่อน จนทำให้ประชาชนต่างออกมาบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า "ลักหลับ" กันอีกแล้วหรือไม่
ล่าสุด เมื่อวาน (31 มี.ค.) ศบก. ได้แถลงข่าวชี้แจงในประเด็นนี้ แต่หลายฝ่ายโฟกัสไปที่การทำหน้าที่ของโฆษก ศบก. คนใหม่ ที่ดูแปลกใหม่ไม่เหมือนกับให้ข้าราชการประจำมาชี้แจง
เริ่มที่ประเด็น นางสาวณัฏฐา มหัทธนา โฆษก ศบก. ตอบคำถามสื่อฯ กรณีที่มีการปรับขึ้นราคาน้ำมันกลางดึกว่า ไม่ทราบว่าใครคอนเฟิร์มว่าจะไม่ขึ้นกลางคืน และตามหลักเห็นด้วยว่าไม่ควรประกาศราคาล่วงหน้า เพราะไม่ต้องการให้เกิดการกักตุน และน้ำมันขาดหน้าปั๊ม ในอดีตอาจบอกราคาล่วงหน้า เพราะไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤต จึงไม่รู้สึกว่าจำเป็นต้องไปกักตุน แต่ถ้าบอกล่วงหน้าจะเจอแบบสถานการณ์ที่ผ่านมา และจากนี้อาจเจอการขึ้นน้ำมันเรื่อย ๆ แบบนี้
ส่วนกรณีที่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะ ผอ.ศบก. ระบุว่า "จะไม่ขึ้นราคาน้ำมันกลางดึกอีกนั้น" นางสาวณัฏฐา บอกว่า เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน มาตรการจำเป็นต้องเปลี่ยน
ถ้าจำกันได้เรื่องการปรับขึ้นราคาน้ำมันตอนดึกที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นอีกครั้ง เป็นคำพูดของ "รองนายกฯ พิพัฒน์" ที่บอกว่าไม่อยากให้มีการประกาศขึ้นราคาน้ำมันตอน 22.00 น. อีกแล้ว เพราะทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก จนทัวร์ลงเต็มบ้าน !
ด้าน นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผอ.สำนักงานนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ยืนยันว่า การประกาศขึ้นราคาน้ำมันกลางดึก เพราะต้องประชุมเวลา 20.00 น. เป็นช่วงที่ตลาดสิงคโปร์ปล่อยราคาน้ำมัน และจึงต้องคำนวณออกมาเป็นเงินบาท ก่อนทำโครงสร้างราคา
เช่นเดียวกับ นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ไม่สามารถบอกได้ว่าราคาน้ำมันจะขึ้นลงวันไหน เพราะอยู่ที่ตลาดโลก ซึ่งขณะนี้ผันผวนมาก กบน. ต้องติดตาม และใช้ราคาที่ปิดตลาด
สำหรับปัจจุบันสถานะกองทุนน้ำมัน มีเงินไหลออกวันละ 1.5 พันล้านบาท และเมื่อวันที่ 30 มีนาคม ติดลบอยู่ 4.2 หมื่นล้านบาท
ส่วนราคาน้ำมันดีเซลจะสูงถึงลิตรละ 58 บาทหรือไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยราคา สถานะกองทุน รวมถึงความสามารถในการบริหารจัดการกองทุนน้ำมัน ไม่สามารถตอบได้ว่าราคาจะขึ้นไปถึงเท่าไร
ขณะที่ในการแถลงข่าวเมื่อวาน (31 มี.ค.) ศบก. ได้วางฉากทัศน์เตรียมความพร้อมด้านพลังงานเป็น 3 ระยะ คือ 1. การเดินเรือช้าลง แต่ยังนำเข้าน้ำมันดิบได้ 2. ปิดช่องแคบฮอร์มุซเกิน 1 เดือน แต่การผลิตยังรองรับได้ และ 3.ไม่สามารถนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางได้ เนื่องจากปิดช่องแคบทั้ง 2 แห่ง
ขยายความชัด ๆ คือ ระยะที่ 1 จัดหาน้ำมันได้ปกติ ระยะที่ 2 แหล่งพลังงานมีน้อย แต่จัดหาได้ และระยะ 2.2 หาได้ แต่ยากขึ้น
และระยะที่ 3 มีเงินเท่าไรก็ซื้อไม่ได้ ซึ่งในอดีตมีการจำกัดการใช้พลังงานให้หน่วยงานสำคัญก่อน เช่น รถพยาบาล รถตำรวจ มีมาตรการปิดไฟ, กำหนดเวลาปิด-เปิดปั๊ม และห้างสรรพสินค้า