ข่าวเย็นประเด็นร้อน - หลังมีดรามาแบนปั๊มน้ำมัน ซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัวของ รองนายกฯ พิพัฒน์ จนนายพิพัฒน์ตัดพ้อว่า จะไม่ขอกำกับดูแลกระทรวงพลังงานอีก โดยนายกฯ เตรียมให้ นายเอกนิติ มาคุม ศบก.และกระทรวงพลังงานแทนนายพิพัฒน์
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี บอกว่า ในส่วนของ ศบก. ซึ่งเป็นศูนย์ที่ติดตามสถานการณ์น้ำมัน จะหมดไปกับรัฐบาล "หนู 1" และเมื่อ "หนู 2" มาก็ต้องตั้งใหม่
ซึ่งเตรียมจะให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มาคุม ศบก. และกระทรวงพลังงานแทน
เพื่อให้เกิดความสบายใจ ทั้งกับประชาชนและนายพิพัฒน์เอง ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องที่เขามีผลประโชน์ทับซ้อนทางพลังงาน แต่เป็นเพราะเราฟังเสียงประชาชน
ช่วงเย็นที่ผ่านมา เวลา 15.30 น. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรี ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ คตร. เป็นคณะกรรมการชุดใหม่อีกชุด ไม่ได้มาแทน ศบก.
โดยมี นายเอกนิติ เป็นประธาน มี นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นกรรมการ รวมถึงยังให้ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นหนึ่งในคณะกรรมการชุดนี้ด้วย
โดยให้ คตร.ศึกษาหลักเกณฑ์ในการกำหนดค่าการกลั่น ค่าการตลาด ค่าขนส่ง ค่าใช้จ่าย ในการเก็บรักษาของน้ำมันเชื้อเพลิง และกำหนดราคาขายส่งหน้าโรง ราคาขายให้แก่ผู้ค้าน้ำมัน เสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณา ภายใน 15 วันนับแต่คำสั่งนี้ใช้บังคับ
ล่าสุด เวลา 15.53 น. นายกฯ โพสต์อัปเดตสถานการณ์ปั๊มน้ำมันที่ปิด ในวันนี้ (1 เม.ย.) เช่น ปั๊มบางจาก ล่าสุดเหลือแค่ 2 แห่ง คือที่นครปฐมกับศรีสะเกษ ส่วนปั๊ม PT สถานีที่มีปัญหาการขาดช่วงในการขนส่งเกิน 24 ชั่วโมง ที่ไม่มีการขายต่อเนื่อง ลำปางขาดมากที่สุด 62 สาขา ได้สั่งการให้ผู้รับผิดชอบประสานงานไปที่ PT เพื่อให้เร่งแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุด
ส่วนเรื่องคณะรัฐมนตรีที่เข้ามาทำงาน นายอนุทิน บอกว่า จะต้องประเมินผลการทำงานของรัฐมนตรีทุกคน เพราะบ้านเมืองไม่ใช่ที่ทดลองงาน และคณะรัฐมนตรีไม่ใช่ที่ตอบแทนของใคร แต่ต้องตอบแทนบุญคุณของประชาชนเท่านั้น
สำหรับการร่างคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภา นายอนุทิน บอกว่า การเตรียมร่างแถลงของรัฐบาลขณะนี้ เหลือขั้นตอนอีกนิดหน่อย คาดว่า จะส่งให้สมาชิกรัฐสภาพิจารณาได้ต้นสัปดาห์นี้
โดยยอมรับว่า การยกเลิก MOU44 จะอยู่ในคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภาด้วย ส่วน MOU43 ยังต้องพิจารณาอยู่
ส่วนกรณีที่เพจ CSI LA ที่ออกมาเปิดข้อมูลว่า มหาวิทยาลัยที่นางศุภจีเรียนจบ เป็นมหาวิทยาลัยห้องแถวใน LA ที่ปิดตัวไปตั้งแต่ปี 1991
เรื่องนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยืนยันว่า เรียนจริง ๆ และจบจริง ๆ ส่วนเรียนจบมาแล้ว มหาวิทยาลัยจะปิดหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องของเรา ก่อนจะส่ายศีรษะ และบอกว่า ไร้สาระมาก
นางศุภจี ยืนยันว่า จะไม่ฟ้องเพจดังกล่าวที่นำเสนอเรื่องนี้ และไม่ซีเรียส เพราะมีเรื่องใหญ่กว่านี้ให้โฟกัส คือ ความเดือดร้อนของประชาชน