“นายกฯ” ยอมรับ พบขบวนการกักตุนน้ำมัน ยืนยัน รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ มอบ DSI รับเป็นคดีพิเศษ จัดการคนผิดเฉียบขาด หลังรัฐบาลต้องใช้เงินกองทุนน้ำมันฯ แบกรับภาระกว่า 5 หมื่นล้านบาท
.
วันนี้ (3 เม.ย.69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงข่าว หลังประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า กระทรวงยุติธรรม โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมธุรกิจพลังงาน ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศร.ชล.) กรมเจ้าท่า กรมสรรพสามิต กรมการค้าภายใน กรมศุลกากร และฝ่ายปกครองในพื้นที่ ที่ติดตามการดำเนินการของผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ และผู้ค้าระดับกลาง ที่รับน้ำมันจากผู้ค้า (จ๊อบเบอร์) ซึ่งผลจากการตรวจสอบระบบการขนส่งน้ำมันทั้งหมดจนถึงเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา ได้พบรูปแบบการกักตุนและค้ากำไรจากเรื่องนี้ ดังนี้
.
1.พบการประวิงเวลาขนส่งน้ำมันทางทะเล เพื่อรอให้มีการประกาศเพิ่มราคาน้ำมัน จึงจะฟีดน้ำมันเข้ามาในระบบ เพื่อให้ได้กำไรมากขึ้น
.
2.มีการปฏิเสธการจ่ายน้ำมันจากคลังน้ำมันขนาดใหญ่ ไปยังสถานีบริการ หรือลูกค้าปลายทาง
.
3.มีการขนส่งน้ำมันออกนอกเส้นทางเพื่อกักตุน
.
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า รัฐบาลกำลังเร่งตรวจสอบและขยายผล ว่าไปเกี่ยวข้องกับบุคคลใดหรือกลุ่มใดที่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวปริมาณน้ำมันที่ขนส่งทางทะเล เราเชื่อว่ามีการลักลอบขนถ่ายทางทะเลและกำลังเร่งสอบสวนและขยายผลไปเช่นกัน
นอกจากนี้ ยังมีความผิดปกติ ที่ตรวจพบในการรายงานปริมาณน้ำมันระหว่างหน่วยตรวจสอบ ได้แก่ กรมเจ้าท่า และกรมธุรกิจพลังงาน กับข้อมูลปริมาณน้ำมันที่ออกจากโรงกลั่น และเรียกจัดเก็บภาษีสรรพสามิต โดยรัฐบาลจะตรวจสอบยืนยันกับฐานข้อมูลการเดินเรือกับ ศร.ชล. และจะขยายผลไปถึงการขนส่งทางบก เพื่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านว่า มีการดำเนินการที่ผิดเงื่อนไข เช่น มีการส่งออกน้ำมันเกินปริมาณที่ขออนุญาตไว้หรือไม่
.
การกระทำทั้งหมดนี้ เป็นการค้ากำไรเกินควรจากราคาน้ำมันที่เกิดขึ้น ในช่วงวิกฤตพลังงานของโลก จึงทำให้รัฐบาลต้องใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชยราคาส่วนต่างของต้นทุนกับราคาขายมากขึ้น ทำให้เกิดการขาดทุนกว่า 5 หมื่นล้านบาท ถ้าเงินที่ไปสนับสนุนลิตรละ 17 บาท รัฐบาลมีเจตนารมณ์ที่จะต้องการสนับสนุนประชาชนที่ใช้น้ำมันที่เป็นคนไทยใช้สัญจร ไม่ใช่เป็นการสนับสนุนให้เกิดการกักตุน ลักลอบไปขายยังต่างประเทศ ดังนั้น เป็นความจำเป็นที่รัฐบาลต้องดำเนินการเด็ดขาด ถือเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ และทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำมันทั่วประเทศ
.
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ดีเอสไอ ตรวจสอบขยายผลเป็นคดีพิเศษ และดำเนินการอย่างเฉียบขาดต่อไป ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาเหล่านี้ และได้ดำเนินการให้หน่วยงานทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้สังคมรับทราบถึงข้อเท็จจริง และใช้มาตรการป้องกันเฝ้าระวัง ควบคู่กับการดำเนินคดีอย่างเฉียบขาดต่อไป
.