วันนี้ (7 เม.ย. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหา จำนวน 9 ราย ดังนี้
ผู้ต้องหาที่ 1 นายวัฒนา อายุ 32 ปี โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “รู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม”
ผู้ต้องหาที่ 2 นายหมาน อายุ 22 ปี
ผู้ต้องหาที่ 3 นายเพชรสมอน อายุ 33 ปี
ผู้ต้องหาที่ 4 นางวลัยพร อายุ 33 ปี
ผู้ต้องหาที่ 5 นางขวัญใจ อายุ 32 ปี
ผู้ต้องหาที่ 6 นายแป่ง อายุ 40 ปี
ผู้ต้อหาที่ 7 นายพัน อายุ 46 ปี
ผู้ต้องหาที่ 8 นายเอ อายุ 22 ปี
ผู้ต้องหาที่ 9 นายซีน้อย อายุ 24 ปี
ผู้ต้องหา 2-9 มีภูมิลำเนาอยู่ที่ สปป.ลาว โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”
พร้อมตรวจยึดของกลาง รถยนต์ สีเทา จำนวน 1 คัน ซึ่งสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าลานจอดรถรีสอร์ทแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ฝางคำ อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี
พฤติการณ์ ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีขบวนการลักลอบใช้รถยนต์ส่วนบุคคล รับจ้างขนส่งคนต่างด้าวผิดกฎหมาย จากจังหวัดติดเขตชายแดนประเทศเพื่อนบ้านเดินทางเข้ามาทำงานในเขตกรุงเทพเทพมหานคร ปริมณฑล และในเขตจังหวัดภาคกลาง และภาคตะวันออก
โดยมีบริการรับคนต่างด้าวจากเขตพื้นที่ชั้นในไปส่งจังหวัดติดเขตชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน โดยคิดค่าบริการหัวละ 1,200 – 3,200 บาท โดยมักเดินทางในเวลากลางคืนใช้เส้นทางสายรอง หรือเส้นทางสายทางหลวงชนบท หรือทางหลวงท้องถิ่น ผ่านทาง จ.ปราจีนบุรี จ.สระแก้ว จ.บุรีรัมย์ ฯลฯ เพื่อสะดวกแก่การจอดพักคอย และหลบหลีกด่านตำรวจ และการถูกตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่
ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบสวนพบหนึ่งในขบวนการดังกล่าวใช้ Tiktok ชื่อ “ตี๋ ตี๋ รถตู้” มีรถขนส่งหลายคันโฆษณารับงาน โดยรับผู้โดยสารลูกค้า สปป.ลาว จากกรุงเทพและปริมณฑล มาส่งที่บริเวณเขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี เพื่อเดินทางผ่านช่องเม็ก ไปยัง สปป.ลาว จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและวางกำลังเฝ้าสะกดรอยจากต้นทางไปจนถึงปลายทาง
ต่อมาได้พบตัวนายวัฒนา ผู้ต้องหาที่ 1 ขับรถตู้เข้ามาจอดบริเวณหน้าลานจอดรถรีสอร์ทแห่งหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบภายในรถตู้ พบผู้ต้องหาที่ 2 - 9 เป็นชาย และหญิงสัญชาติลาว นั่งโดยสารมากับรถตู้แต่ไม่มีเอกสาร หรือหนังสือเดินทางมาแสดง
จากการสอบถามแล้ว ผู้ต้องหาที่ 2 - 9 รับว่าได้หลบหนีเข้าเมืองมาอยู่ในราชอาณาจักรไทยจริง โดยเดินทางผ่านช่องทางธรรมชาติ เพื่อมาหางานทำและกำลังเดินทางกลับ สปป.ลาว ไปพักผ่อนช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ แต่มาถูกจับกุมเสียก่อน
ส่วนผู้ต้องหาที่ 1 รับว่ารับงานรับจ้างขับรถตู้โดยสารมาจากนายตี๋ ขนส่งคนลาวจากพื้นที่ชั้นในมาส่งบริเวณที่เกิดเหตุ โดยได้ค่าจ้างหัวละ 1,200 บาท จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาที่ 1 - 9 พร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี พื้นที่เกิดเหตุ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ส่วนนายตี๋จะได้ทำการสืบสวนติดตามจับกุมมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป