วันนี้ (29 เม.ย. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ได้ร่วมกันจับกุม ขบวนการขนต่างด้าวคันที่ 1
ผู้ต้องหาที่ 1 นาย ZIN BO อายุ 34 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ต้องหาที่ 1 โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “รู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม”
ผู้ต้องหาที่ 2 – 6 เป็นบุคคลสัญชาติเมียนมา โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”
พร้อมด้วยของกลาง
1. รถยนต์ สีดำ 1 คัน (ผู้ถูกจับที่ 1 แสดงตนเป็นผู้ขับ)
2. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง
3. กุญแจรถยนต์ จำนวน 1 ดอก
โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณ ถนนสายเอเซีย (ขาเข้า) ทล.32 กม17-18 ต.คลองสวนพลู อ.เมืองพระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา
พฤติการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้มีการกวดขันจับกุมแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายและผู้นำพาในเส้นทางพื้นที่ภาคกลาง โดยสืบสวนทราบว่าจะมีการขนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย มุ่งหน้าเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงเฝ้าระวัง
จนกระทั่งพบรถยนต์ สีดำ ขับผ่านมาที่บริเวณ ถนนสายเอเซีย (ขาเข้า) ทล.32 กม17-18 ต.คลองสวนพลู อ.เมืองพระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา
โดยพบรถที่มีน้ำหนักมากกว่ารถยนต์ปกติ อีกทั้งยังมีการติดฟิล์มมืดทึบมีเหตุอันควรต้องสงสัย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขับขี่รถติดตามโดยส่งสัญญาณไฟกระพริบสีแดงและใช้สัญญาณเสียง รวมถึงการพูดออกคำสั่งผ่านไมโครโฟนเรียกคันดังกล่าวให้หยุด
จากนั้นจึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมขอทำการตรวจสอบ เบื้องต้นสอบถามชื่อผู้ขับขี่ทราบชื่อนาย ZIN BO อายุ 34 ปี สัญชาติเมียนมา
จากนั้นเจ้าหน้าที่พบเห็นบุคคลโดยสารภายในรถยนต์คันดังกล่าวพบว่าเป็นแรงงานเถื่อน จำนวน 6 คน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมขอตรวจสอบหนังสือเดินทางหรือเอกสารอื่นใดที่ใช้แทนหนังสือเดินทาง
เบื้องต้นพบว่าบุคคลดังกล่าวเป็นคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางมาแสดง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหา ผู้ต้องหาทั้งหมด จากนั้นจึงควบคุมตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบถามคำให้การผู้ต้องหาที่ 1 ให้การยอมรับว่า วันที่ (25 เม.ย. 69) ตนได้รับการประสานงานจากเพื่อนชาวเมียนมา ชื่อ กาวิน ติดต่อผ่าน Messenger ให้ไปรับคนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง จำนวน 6 คน ในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ และ จ.สิงห์บุรี เพื่อไปส่งปลายทาง กรุงเทพฯ และปริมณฑล
โดยได้ค่าจ้าง 500 บาทต่อการขนคนต่างด้าว 1 คน และตนทราบดีอยู่แล้วว่าแรงงานต่างด้าวไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารแทนหนังสือเดินทางใด ๆ และยินยอมที่จะมีส่วนร่วมในการนำพามาส่งที่ปลายทางโดยกระทำแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงเรียกตรวจสอบ
จากการสอบถามผู้ต้องหาที่ 2 - 6 ให้การยอมรับว่าผ่านล่ามแปลภาษาเมียนมาว่าได้ลักลอบเข้ามาจากฝั่งเมียนมาและเดินเข้ามาในช่องทางธรรมชาติจากเมืองเมียวดี ข้ามมายังประเทศไทย อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อจะเดินทางเข้ามาหางานทำงานในประเทศไทย
โดยชาวเมียนมาเสียค่าใช้จ่ายให้กับนายหน้าจำนวนเงินประมาณ 15,000 บาท ซึ่งเดินทางเข้ามาประเทศไทยแล้ว 5 วันก่อนที่จะถูกจับกุม ทั้งนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
ได้ร่วมกันจับกุม ขบวนการขนต่างด้าวคันที่ 2
ผู้ต้องหาที่ 1 นาย AUNG ZAW อายุ 32 ปี โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “รู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม”
ผู้ต้องหาที่ 2 – 10 เป็นบุคลสัญชาติเมียน โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”
พร้อมด้วยของกลาง
1. รถยนต์อเนกประสงค์สีขาว จำนวน 1 คัน (ผู้ถูกจับที่ 1 แสดงตนเป็นผู้ขับขี่)
2. โทรศัพท์มือถือ สีฟ้าจำนวน 1 เครื่อง (ของผู้ถูกจับที่ 1)
3. กุญแจรถยนต์ จำนวน 1 ดอก
พฤติการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้มีการกวดขันจับกุมแรงงานเถื่อนผิดกฎหมายและผู้นำพาในเส้นทางพื้นที่ภาคกลาง จึงได้สืบสวนในพื้นที่และจากการสืบทราบว่าจะมีการขนแรงงานเถื่อนหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานคร
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงเฝ้าระวัง จนกระทั่งพบรถยนต์อเนกประสงค์สีขาว ขับผ่านมามีลักษณะรถที่มีน้ำหนักมากกว่ารถยนต์ปกติและติดฟิล์มมืดทึบมีเหตุอันควรต้องสงสัย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งสัญญาณไฟกระพริบสีแดงและใช้สัญญาณเสียง รวมถึงการพูดออกคำสั่งผ่านไมโครโฟนเรียกคันดังกล่าวให้หยุด
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมขอทำการตรวจสอบพร้อมกับได้แสดงความบริสุทธิ์ใจจนเป็นที่พอใจแล้ว เบื้องต้นสอบถามชื่อ นาย AUNG ZAW อายุ 32 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ต้องหาที่ 1 แสดงตนเป็นผู้ขับขี่
จากนั้นเจ้าหน้าที่พบเห็นบุคคลโดยสารภายในรถยนต์คันดังกล่าวพบว่าเป็นแรงงานต่างจำนวน 10 คน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมขอตรวจสอบหนังสือเดินทางหรือเอกสารอื่นใดที่ใช้แทนหนังสือเดินทาง เบื้องต้นเป็นคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางแต่อย่างใดมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาและควบคุมตัวพร้อมของกลางนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.อุทัย ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบถามคำให้การผู้ต้องหาที่ 1 ให้การยอมรับว่า วันที่ (25 เม.ย. 69) ที่ผ่านมา ตนได้รับการประสานงานจากเพื่อนชาวเมียนมาชื่อซัน ชิน วิน ผ่าน Messenger ให้ไปรับคนแรงงานเถื่อนหลบหนีเข้าเมือง จำนวน 10 คน ในพื้นที่ จ.สิงห์บุรี และ จ.นครสวรรค์ เพื่อไปส่งปลายทางกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยได้ค่าจ้าง 1,000 บาทต่อการขนส่ง 1 ครั้ง
และตนทราบดีอยู่แล้วว่าแรงงานเถื่อนไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารแทนหนังสือเดินทางใด ๆ และยินยอมที่จะมีส่วนร่วมในการนำพามาส่งที่ปลายทางโดยกระทำแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงเรียกตรวจสอบ
จากการสอบถามผู้ต้องหาที่ 2 - 10 ให้การยอมรับว่าผ่านล่ามแปลภาษาเมียนมาว่า ได้ลักลอบนั่งเรือจากฝั่งเมียนมาและเดินเข้ามาในช่องทางธรรมชาติ อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อจะเดินทางเข้ามาหางานทำงานในประเทศไทย
โดยชาวเมียนมาบางคนเสียค่าใช้จ่ายให้กับนายหน้าจำนวนเงินประมาณ 11,000 บาท และ ชาวเมียนมาบางคนยังไม่มีการเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ให้กับนายหน้า ทั้งนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา