ข่าวเย็นประเด็นร้อน - คณะกรรมการคดีพิเศษ รับเอาข้อพิรุธจากหน่วยงานต่าง ๆ ในช่วงที่ประเทศไทยประสบวิกฤติ ไปพิจารณารับเป็นคดีพิเศษแล้ว โดยมีสารตั้งต้นมาจากคดีน้ำมันหายกลางทะเล และคดีคลังน้ำมัน ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ไล่ให้ดูกันอีกทีว่าที่ผ่านมาเจออะไรบ้าง อย่างแรก คือลักษณะของการกักเก็บน้ำมันจำนวนมาก ไม่ว่าจะมีข้ออ้างเรื่องการดำเนินธุรกิจใด ๆ ก็ตาม แต่ถ้าไม่มีการขออนุญาตอย่างถูกต้อง ก็เข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย เช่นกรณีนี้ที่ โรงเก็บวัตถุดิบอาหารสัตว์ ในจังหวัดราชบุรี ที่ไม่พบว่ามีใบอนุญาตอะไรเลย ในการขอจัดเก็บน้ำมัน
รูปแบบต่อมา เป็นการลักลอบจำหน่ายน้ำมันหนีภาษี ตามปั๊มน้ำมันต่างจังหวัด ที่ไม่สามารถระบุแหล่งที่มาได้
นอกนั้นก็อย่างเช่น รถที่รับน้ำมันจากคลังกว่า 10,000 คัน มีประมาณ 10 คัน ที่ไม่ได้เอาไปเติมปั๊มน้ำมัน แต่เอาไปถ่ายลงรถบรรทุกขนาดเล็ก, คลังน้ำมันที่เคยยกเลิกการจดทะเบียนไปแล้ว แต่กลับมาลักลอบจำหน่ายน้ำมัน. มีคลังน้ำมันบางแห่ง ช่วงก่อนน้ำมันขึ้นราคา ไม่มีการใช้ไฟฟ้า แต่พอน้ำมันขึ้นราคา กลับใช้ไฟฟ้าสูงผิดปกติ
ยังมี โรงกลั่นขนาดเล็กไม่ยอมส่งน้ำมัน อ้างน้ำมันหมด แต่กลับมีการลักลอบตั้งสถานีบริการน้ำมันจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต นำน้ำมันดีเซล ไปเก็บในแทงก์ ไม่แจ้งการเปลี่ยนแปลง
เจอรถบรรทุกปิด GPS ระหว่างเดินทางขนส่งน้ำมัน ตัวเลขการรับและจ่ายน้ำมันของผู้ให้บริการน้ำมัน กับกรมธุรกิจพลังงาน ไม่สอดคล้องกัน นี่ยังไม่นับถึงเรื่องน้ำมันหายในทะเล 57 ล้านลิตร และการขนส่งทางทะเลล่าช้า ที่เจอกันไปก่อนหน้านี้
ซึ่งสุดท้ายไม่ว่าจะมีกี่แผนประทุษกรรม จะพบความผิดปกติมากน้อยแค่ไหน ก็ต้องไปรวมกันที่ DSI เพื่อให้ดำเนินการสอบสวนเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้อง และวันนี้ก็ได้นำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาเป็นที่เรียบร้อย และผลก็เป็นตามคาด ที่ประชุมมีมติรับคดีน้ำมันเป็นคดีพิเศษ
ไม่ว่าจะเป็นการจงใจทำให้ราคาปั่นป่วน ประวิงการจำหน่าย หรือปฏิเสธการจำหน่ายสินค้าควบคุม ทั้งหมดเกี่ยวข้องกับความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ หลังจากนี้ก็จะมีการตั้งคณะพนักงานสอบสวน ที่ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานขึ้นมาร่วมกันพิจารณาดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป