ป.ป.ช. จับมือ ก.ล.ต. บูรณาการบังคับใช้กฎหมายป้องกันการทุจริต

ป.ป.ช. จับมือ ก.ล.ต. บูรณาการบังคับใช้กฎหมายป้องกันการทุจริต

View icon 100
วันที่ 9 เม.ย. 2569 | 17.56 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ช่องโหว่ในโครงสร้างที่ซับซ้อนของบริษัทจดทะเบียน เปิดช่องจ่ายสินบนผ่านตัวกลาง ป.ป.ช. จับมือ ก.ล.ต. บูรณาการบังคับใช้กฎหมายป้องกันการทุจริต

วันนี้ (9 เม.ย.69) นายสุรพงษ์  อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ประชุมหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) พร้อมด้วยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันการทุจริตสำหรับนิติบุคคล และส่งเสริมบรรษัทภิบาล

การประชุมดังกล่าว มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและหาแนวทางร่วมกันในการพัฒนามาตรการป้องกัน การทุจริตสำหรับนิติบุคคล ตามบทบัญญัติมาตรา 176 แห่ง พรป.รัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 โดยมีประเด็นสำคัญที่หน่วยงานทุกฝ่ายร่วมกันพิจารณา ได้แก่ การขับเคลื่อนมาตรการควบคุมภายในให้เป็นรูปธรรม การหารือกับกรมบัญชีกลางเพื่อกำหนดแนวปฏิบัติให้นิติบุคคลที่เป็นคู่สัญญาภาครัฐถือปฏิบัติ การจัดทำฐานข้อมูลบริษัทลูกที่เป็นคู่สัญญาภาครัฐ การยกระดับมาตรฐานผู้ตรวจสอบภายใน การเสริมกลไก Whistle Blower การป้องกันการขัดกันแห่งผลประโยชน์ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และการกำหนดแนวปฏิบัติการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทจดทะเบียน

ประเด็นที่พิจารณาร่วมกันดังกล่าวล้วนมีสาเหตุสำคัญมาจากช่องโหว่ในโครงสร้างที่ซับซ้อนของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งมักมีเครือข่ายบริษัทย่อย บริษัทร่วม และคู่ค้าจำนวนมาก เปิดโอกาสให้การให้สินบนเกิดขึ้นผ่านตัวกลางหรือบริษัทในเครือ รวมถึงปรากฏการณ์ Shadow Direction ที่นักการเมืองหรือข้าราชการระดับสูงใช้อำนาจสั่งการบริษัทโดยไม่ปรากฏเป็นชื่อผู้ถือหุ้น แม้บริษัทแม่จะมีนโยบายต่อต้านการทุจริตก็ตาม ซึ่งสอดคล้องกับสถิติ OECD ที่พบว่าสินบนส่วนใหญ่เกิดขึ้นในลักษณะดังกล่าว

ก.ล.ต. มีบทบาทสำคัญในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลบริษัทจดทะเบียน โดยสามารถใช้กลไกการเปิดเผยข้อมูลและมาตรฐาน ESG (Environment, Social, Governance) เป็นเครื่องมือเสริม การที่ทุกหน่วยงานได้ร่วมกันหารือแนวทางและกำหนดแนวปฏิบัติในทิศทางเดียวกัน จึงเป็นการปิดช่องโหว่สำคัญในระบบป้องกันการทุจริตของประเทศ

ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงาน ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย จะได้ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อขับเคลื่อนเรื่องนี้ให้บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมโดยสำนักงาน ป.ป.ช. ยังคงมุ่งมั่นดำเนินงานป้องกันการทุจริตในทุกมิติ พร้อมทั้งสนับสนุนให้หน่วยงานทั้งในภาครัฐและภาคเอกชนร่วมกันขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อสร้างสังคมที่โปร่งใส เป็นธรรม และยั่งยืนต่อไป