เลขาธิการ ป.ป.ช. แจงปมยื่นศาลฎีกา ฟัน 44 สส.ก้าวไกล ผิดจริยธรรมร้ายแรง ระบุไต่สวนล่าช้า จากเหตุผู้ถูกร้องยื่นขอความเป็นธรรมเป็นระยะ ไม่จงใจให้ไทม์ไลน์ตรงกับช่วงแถลงนโยบาย
วันนี้ (10 เม.ย.69) นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (เลขาธิการ ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยถึงกรณีมติ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดและส่งคำร้องไปยังศาลฎีกา กรณี 44 สส.พรรคก้าวไกล เข้าข่ายผิดจริยธรรมร้ายแรง จากการเข้าชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
นายสุรพงษ์ เปิดเผยว่า สิ่งที่ ป.ป.ช.ชี้มูล ไม่ได้ดูจากสิทธิในการเสนอแก้ไขกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ แต่ดูจากเนื้อหาของการกระทำว่าบุคคลที่ถูกกล่าวหาหรือถูกร้องมีพฤติกรรมในการดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร รวมถึงการแสดงออกที่บุคคลที่อยู่ในตำแหน่งนี้ ควรมีมาตรฐานจริยธรมที่สมควรหรือไม่สมควรกระทำหรือไม่ เป็นสิ่งที่ ป.ป.ช. ดูจากเนื้อหาของการกระทำ ซึ่งศาลฎีกาจะเป็นผู้วินิจฉัยว่า สิ่งที่ ป.ป.ช.ชี้มูล ถูกต้องหรือไม่ เพื่อจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งออกมา จึงต้องรอดูคำพิพากษาของศาลฎีกา หลังจากนำคำร้องไปยื่นเมื่อวันที่ 9 เม.ย.69
เมื่อถามว่า มีการนำกรณีการแสดงความคิดเห็นหรือร่วมขึ้นเวทีแสดงความคิดเห็นทางการเมืองของผู้ร้อง บรรยายคำร้องให้ศาลฎีกาประกอบการพิจารณาหรือไม่ เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า เป็นรายละเอียดต้องนำสืบในชั้นศาล แต่ตามหลักการที่ถูกบรรยายคำร้อง คิดว่า มีเนื้อหาครบถ้วน และยอมรับว่า เนื้อหาที่สื่อมวลชนนำเสนอรายละเอียดบางส่วน เป็นส่วนหนึ่งในคำบรรยายฟ้องที่ ป.ป.ช.ส่งไป
นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า ส่วนหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า เพราะเหตุใด ป.ป.ช.ต้องยื่นคำร้อง ในห้วงเวลาที่มีการนำเสนอนโยบายของรัฐบาลนั้น หากใครติดตามไทม์ไลน์การทำงานของ ป.ป.ช.ยืนยันว่า ปกติจะมีไทม์ไลน์ทุกเรื่อง โดยเฉพาะคดีสำคัญ ซึ่งเรื่องนี้มีคำร้องขอความเป็นธรรมเข้ามาเป็นระยะ ทำให้กระบวนการไต่สวนของ ป.ป.ช.ล่าช้าออกไป ประจวบเหมาะกับไทม์ไลน์ทางการเมือง ซึ่งไม่ได้เกิดจากการกระทำของ ป.ป.ช.
สาเหตุที่ไปยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เมื่อวันที่ 9 เม.ย.69 เนื่องจากกระบวนการยื่นคำร้อง เอกสารมีจำนวนมาก มีสื่อมวลชนสอบถามว่า ทำไมต้องถ่ายเอกสารเป็นหมื่นแผ่น หรือ 200 ลัง ให้กับศาลฎีกา เพราะเป็นเรื่องของระเบียบศาล การนำเอกสารยื่นคำร้องให้ศาล จำเป็นต้องมีการประสานให้ศาลล่วงหน้า ซึ่งไทม์ไลน์จะพอดีกับประเด็นทางการเมือง ยืนยันว่า การยื่นคำร้องเป็นเรื่องของธุรการ หลังจากนี้ ศาลจะตรวจคำร้อง และพิจารณาว่าจะรับคำร้องไว้พิจารณาหรือไม่ รวมถึงคำสั่งให้ สส. 10 คน หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ด้วย