ห้องข่าวภาคเที่ยง - แค่เฉพาะที่ยกตัวอย่างคดีน้ำมันขาดแคลนเมื่อวานนี้ ก็พอทำให้รู้แล้วว่า ช่วงที่คนไทยกำลังเดือดร้อน ต้องไปต่อแถวกันดึก ๆ ดื่น ๆ ข้ามวันข้ามคืน เป็นเพราะอะไร แต่การจะเอาผิดตามกฎหมาย ต้องว่ากันด้วยพยานหลักฐาน ฉะนั้นจึงต้องเปิดโอกาสให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงข้อเท็จจริงด้วย
ถ้านำตัวอย่างทั้งที่ ตำรวจ DSI กระทรวงพลังงาน และ ศรชล. ยกตัวอย่างที่ตรวจพบความผิดปกติมาสรุป จะได้ข้อเท็จจริงแบบนี้
ว่าช่วงที่ไทยประสบภาวะวิกฤตพลังงาน คลังน้ำมันมีการจ่ายน้ำมันแตกต่างกัน โดยก่อนช่วงประกาศลอยตัวราคา เก็บน้ำมันไว้ในคลังเยอะ จ่ายน้ำมันน้อยกว่าค่าเฉลี่ยที่เคยจ่ายตามปกติ มีการประวิงเวลาขนส่งน้ำมันทางทะเล ให้ไปถึงปลายทางล่าช้า
เรือบางลำ นำน้ำมันไปส่งปลายทาง มีปริมาณมากกว่าที่รับมาจากต้นทาง รถบรรทุกน้ำมัน ไม่ระบุพิกัดปลายทาง ออกนอกเส้นทาง หรือ ปิด GPS จึงเป็นที่มาที่ตำรวจบอกว่า ต้องเรียกสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องอีกอย่างน้อย 64 คน และ DSI บอกว่าต้องเรียกสอบปากคำ 8 บริษัท ในสัปดาห์หน้
ขณะที่ วันนี้ พนักงานสอบสวน ยังไปเข้าพบกับ กรมธุรกิจพลังงาน เพื่อขอข้อมูลที่ได้จากการลงพื้นที่ไปตรวจสอบคลังน้ำมันแห่งหนึ่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่มีพฤติการณ์กักตุนน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ปริมาณ 2.1 ล้านลิตร ในช่วงที่เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมัน ก่อนจะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปตรวจสอบซ้ำ
ส่วนคดีของคลังน้ำมันจังหวัดอ่างทอง ที่พบมีการขายน้ำมันเกินราคา และขายน้ำมันที่ไม่ได้มาตรฐาน ตำรวจสอบสวนกลาง อยู่ระหว่างดำเนินการรวบรวมข้อมูลให้ในเบื้องต้น เมื่อรวบรวมเสร็จแล้ว ก็จะนำเข้าที่ประชุมบอร์ดคณะกรรมการคดีพิเศษ เพื่อรับเป็นคดีพิเศษต่อไป