ข่าวภาคค่ำ - DSI ประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตรียมรับโอนสำนวนคดีที่เข้าข่ายความผิดต่อ "น้ำมันเชื้อเพลิง" เป็นคดีพิเศษ โดยขณะนี้ได้เริ่มตั้งต้นคดีพิเศษแล้ว 3 คดี
พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI เปิดเผยความคืบหน้า การรับโอนสำนวนคดีที่เกี่ยวข้องกับ "น้ำมันเชื้อเพลิง" เป็นคดีพิเศษ ว่าอยู่ระหว่างการประสานกับตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
เบื้องต้นได้เริ่มตั้งต้นพิจารณาดำเนินการสอบสวนแล้ว 3 คดี ได้แก่ คดีบริษัทคลังน้ำมันในจังหวัดสุราษฎร์ธานี กักตุน ชะลอการจ่ายน้ำมัน หรือไม่จ่ายน้ำมันในภาวะวิกฤต, คดีน้ำมันล่องหนกลางทะเลประมาณ 60 ล้านลิตร ที่มี 10 บริษัทเข้าไปเกี่ยวข้อง และคดีบริษัทคลังน้ำมันในจังหวัดอ่างทอง จำหน่ายน้ำมันราคาแพง และต้องสงสัยว่าน้ำมันไม่ได้คุณภาพ
ส่วนความผิดปกติของคลังน้ำมัน 5 แห่ง ที่พบมีการจัดเก็บน้ำมันจำนวนมาก กระจายขายน้อยผิดปกติ DSI อยู่ระหว่างประสานงานรับเป็นคดีพิเศษ และหากผลการตรวจสอบ พบว่าแต่ละคลังไม่มีความเชื่อมโยงกัน ก็ต้องแยกเรื่องนี้ออกเป็น 5 คดี
โดยระหว่างการดำเนินการที่ยังไม่แล้วเสร็จ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ประมาณ 64 รายชื่อ เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ขณะที่ในช่วงสัปดาห์หน้า พนักงานสอบสวน DSI จะทยอยสอบปากคำตัวแทนจาก 8 บริษัท ที่เป็นเจ้าของเรือ 12 ลำ เพื่อให้ชี้แจงความผิดปกติที่ตรวจสอบพบ เช่น กรณีการเดินทางล่าช้ากว่ากำหนด 1 วัน, เหตุที่เรือมีการปิดสัญญาณติดตามเรือ, การเทียบเรือที่มีลักษณะเป็นการถ่ายน้ำมัน
วันนี้ พนักงานสอบสวน DSI ยังได้เข้าพบกับผู้บริหารของกรมธุรกิจพลังงาน เพื่อขอข้อมูลที่ได้จากการลงพื้นที่ไปตรวจสอบคลังน้ำมัน ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่มีพฤติการณ์กักตุนน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ปริมาณ 2.1 ล้านลิตร ในช่วงที่เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมัน ก่อนจะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปตรวจสอบซ้ำ นำข้อเท็จจริงกลับมาพิจารณา ว่าเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายหรือไม่