"ทรัมป์" ยืนยัน จะไม่ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล จนกว่าอิหร่านจะยอมรับข้อตกลงยุติสงคราม และอาจไม่ยืดเส้นตายหยุดยิงชั่วคราว
หลังจากที่อิหร่านปฏิเสธส่งคณะตัวแทนไปเจรจาหยุดยิงรอบ 2 ที่กรุงอิสลามาบัด ของปากีสถาน หากสหรัฐฯ ยังคงปิดล้อมทางทะเล และใช้ท่าทีข่มขู่ให้ยอมรับเงื่อนไขที่มากเกินไปของสหรัฐฯ นั้น ล่าสุด โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ (Mohammad Baqer Qalibaf) ผู้แทนการเจรจาคนสำคัญและประธานรัฐสภาอิหร่าน ออกมาโพสต์ย้ำว่าอิหร่านจะไม่ยอมรับการเจรจากับสหรัฐฯ ภายใต้การข่มขู่ พร้อมระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กำลังพยายามเปลี่ยนให้ "โต๊ะเจรจา" กลายเป็น "โต๊ะแห่งการยอมจำนน"
ด้าน ประธานาธิบดีทรัมป์ ก็ออกมาย้ำอีกครั้งว่า สหรัฐฯ จะยังคงปิดล้อมไม่ให้เรือลำใดก็ตามที่ต้องการเข้าเทียบท่าหรือออกจากท่าเรืออิหร่าน ผ่านช่องแคบฮอร์มุซต่อไป จนกว่าสหรัฐฯ จะบรรลุข้อตกลงยุติสงครามกับอิหร่าน พร้อมเผยว่า เขาอาจไม่ยืดเส้นตายการหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ ซึ่งจะครบกำหนดในเวลา 20 นาฬิกา วันนี้ (21 เม.ย.) ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ หรือ 7 นาฬิกา พรุ่งนี้ (22 เม.ย.) ตามเวลาประเทศไทย
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ CENTCOM เปิดเผยว่า นับตั้งแต่สหรัฐฯ เริ่มต้นการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน กองกำลังสหรัฐฯ ได้สั่งการให้เรือ 27 ลำ เดินเรือกลับไปทางเดิม หรือกลับไปยังท่าเรืออิหร่าน นอกจากนี้ CENTCOM ยังเผยภาพเรือของกองกำลังสหรัฐฯ ลาดตระเวนอยู่ใกล้กับเรือคอนเทนเนอร์ที่ติดธงสัญชาติอิหร่าน ซึ่งถูกกองกำลังนาวิกโยธินสหรัฐฯ ยึดไว้ได้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (19 เม.ย.) โดยสหรัฐฯ อ้างว่าเรือสินค้าอิหร่านไม่ปฏิบัติตามคำเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตลอดระยะเวลา 6 ชั่วโมง และละเมิดการปิดล้อมของสหรัฐฯ
ส่วนกรณีที่ คอมมาลา แฮร์ริส อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครต กล่าวหาว่าสหรัฐฯ ถูกนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ดึงเข้าสู่สงครามอิหร่านนั้น ทรัมป์ออกมาโพสต์ปฏิเสธ โดยยืนยันว่า อิสราเอลไม่เคยชักชวนให้ทำสงครามกับอิหร่าน แต่เป็นผลจากเหตุการณ์ที่กลุ่มฮามาส (Hamas) บุกสังหารหมู่และจับตัวประกันชาวอิสราเอล เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ต่างหาก ซึ่งเป็นการตอกย้ำความคิดเห็นที่เขามีมาตลอดชีวิตว่า อิหร่านจะไม่มีวันมีอาวุธนิวเคลียร์ได้