ห้องข่าวภาคเที่ยง - อุบัติเหตุรถเก๋ง เมาแล้วขับรถซิ่งข้ามเลน ไปชนคนขี่รถจักรยานยนต์ เสียชีวิต
เหยื่อเมาแล้วขับครั้งนี้ เป็นหญิงสาวที่เป็นคนขยันทำมาหากิน แม่หัวใจสลาย ต้องสูญเสียลูกสาวไปไม่มีวันกลับ
กล้องวงจรปิด ริมถนนสายพัฒนากาญจน์ ตัวเมืองกาญจนบุรี วินาทีอุบัติเหตุ ช่วงเช้ามืด วันที่ 22 เมษายน โดยในคลิปจะเห็นรถยนต์เก๋งสีขาว ขับมาด้วยความเร็วสูง ก่อนจะขับข้ามเลนไปยังฝั่งตรงข้าม และพุ่งชนเข้ากับรถจักรยานยนต์ที่ขับมาในทางตรงเข้าอย่างจัง แล้วลากเอาร่างของคนขี่รถจักรยานยนต์ไปไกลกว่า 50 เมตร
จากนั้นไม่นาน กล้องวงจรปิดตัวเดียวกัน จับภาพชายเจ้าของรถยนต์เก๋งคันก่อเหตุ เดินย้อนกลับมาด้วยท่าทางโซเซ ก่อนจะเดินหายเข้าไปในป่าละเมาะข้างทาง
เจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัย ช่วยกันทำซีพีอาร์ ยื้อชีวิตหญิงสาวอายุ 43 ปี ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างสุดความสามารถ ก่อนจะรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่สุดท้าย หญิงสาวไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล
หลังเกิดเหตุ ตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถเก๋ง ด้านหน้าชนอัดเข้ากับรถจักรยานยนต์ แต่กลับไม่พบตัวคนขับรถเก๋ง
ผู้เห็นเหตุการณ์ ให้ข้อมูลว่า เป็นชายสวมเสื้อสีขาว และมีอาการเมาหนัก ตำรวจสายตรวจ ได้กระจายกำลังกันเดินปูพรมค้นหา กระทั่งไปพบว่า ชายเจ้าของรถหนีมาซ่อนตัวนอนหลับอยู่ในป่าละเมาะข้างทาง ห่างจากที่เกิดเหตุไม่ไกล โดยเจ้าตัวมีอาการมึนเมา พูดจาไม่รู้สติ
ตำรวจ ควบคุมตัวไปสอบสวนต่อที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี และผลตรวจออกมา ปริมาณแอลกอฮอล์สูง 100 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
ชายคนขับรถเก๋ง ถูกแจ้ง 2 ข้อหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต และ 2.เมาแล้วขับ มีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ก่อนนำตัวฝากขังที่เรือนจำจังหวัดกาญจนบุรี
พร้อมกันนี้ ได้เชิญครอบครัวของหญิงสาวผู้เสียชีวิตมาพบ พร้อมประสานความช่วยเหลือจากสำนักงานยุติธรรมจังหวัดกาญจนบุรี และสำนักงาน คปภ.จังหวัดกาญจนบุรี ให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วย
แม่ของผู้เสียชีวิต ยังรู้สึกช็อก และเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะลูกสาวเป็นคนขยันทำมาหากิน ทุกเช้า จะขี่รถไปรับหิ้วสินค้าจากร้านต่าง ๆ ส่งให้กับลูกค้า ทุกวันจะต้องตื่นตั้งแต่ 04.30 น. เพื่อออกไปรับสินค้า ในวันเกิดเหตุ ลูกสาวขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้าน เพื่อจะไปรับสินค้าจากร้านตามออเดอร์ของลูกค้าตามปกติ แต่กลับต้องมาถูกคนเมาแล้วขับ ขับมาชนจนเสียชีวิต อีกทั้งคู่กรณี ก็ไม่สามารถเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นให้กับครอบครัวของตนเองได้เลย เพราะรถของคู่กรณีไม่มีประกันภัย มีแต่พ.ร.บ. และถึงแม้คู่กรณีจะเยียวยาเท่าไหร่ ก็ไม่คุ้มกับความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับครอบครัว