ห้องข่าวภาคเที่ยง - ตำรวจเร่งประสานข้อมูล ตามล่าแก๊งมิจฉาชีพหลอกตกทองชาวบ้านที่อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม คาดเป็นมิจฉาชีพมืออาชีพ ตระเวนก่อเหตุหลายพื้นที่
โดยมิจฉาชีพแก๊งนี้ไปออกอุบายหลอกหญิง อายุ 52 ปี ชาวบ้านในตำบลหนองซน อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมาว่า จะขอเช่าที่ประมาณ 1 ไร่ เพื่อติดตั้งโครงข่ายโทรศัพท์วางสายสื่อสาร แล้วนัดกันให้พาไปดูที่ดิน ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 1 กิโลเมตร ตกลงค่าเช่าเดือนละ 4,000 บาท แต่ยังไม่สรุป
จากนั้นชักชวนผู้เสียหายให้ไปเป็นเพื่อน พาไปดูที่ดินอีกแปลงที่ห่างกัน 2-3 กิโลเมตร เนื้อที่ 40 ไร่ และเมื่อไปถึงก็ตกลงซื้อขายกันราคา 2 ล้านกว่าบาท ซึ่งมีคนที่อ้างเป็นเจ้าของที่ดินอยู่ด้วย และวางมัดจำกับเจ้าของที่ดิน แล้วมีผู้หญิงอีกคนขับรถยนต์ตามมาอีกคัน วางเงินสดมัดจำ 500,000 บาท แต่คนที่อ้างเป็นเจ้าของที่ดินที่ตนเชื่อว่าเป็นหน้าม้า ได้บอกว่าโฉนดที่ดินติดจำนองขายฝาก คนที่มาซื้อที่ไปด้วยกันจึงต้องไปไถ่ถอนก่อน และขอยืมเงินกับตน จำนวน 50,000 บาท แต่ตนไม่มีเงินสดให้ แก๊งนี้จึงออกอุบายว่า ตนมีทองคำรูปพรรณ จากนั้นก็นำตนกลับที่บ้าน แล้วให้ไปเอาทองรูปพรรณ หนัก 4 บาท ก่อนจะขึ้นรถไปด้วยกัน แต่มิจฉาชีพก็ถามว่า นำบัตรประชาชนมาด้วยหรือไม่ และเมื่อบอกว่า ไม่ได้เอามา มิจฉาชีพก็พากลับไปเอา จังหวะที่ตนลงจากรถ คนร้ายก็รีบขับรถออกจากบ้านทันที ซึ่งยอมรับว่าช่วงนั้นรู้สึกแปลก ๆ เหมือนกับมึนงง ไม่รู้ว่าโดนป้ายยาหรือไม่
ซึ่งกล้องวงจรปิดในหมู่บ้าน บันทึกภาพช่วงเวลา 10.00 น. วันที่ 30 มิถุนายน เห็นรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นคัมรี่ สีดำ หมวดทะเบียนกรุงเทพมหานคร กำลังขับออกจากบ้าน ซึ่งเป็นภาพหลักฐานที่ตำรวจนำไปติดตามตัวคนร้าย
ขณะที่ พันตำรวจเอก นพดล ผลพัฒนา ผู้กำกับการ สภ.นาทม นำตำรวจชุดสืบสวน ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ และเร่งประสานงานตำรวจในพื้นที่ข้างเคียง เพื่อให้ตรวจสอบรถยนต์ที่เป็นรถของแก๊งมิจฉาชีพ และเรื่องติดตามผู้ครอบครองรถมาสอบสวน แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นป้ายทะเบียนปลอม และจากการสอบปากคำผู้เสียหาย เบื้องต้นก็คาดว่ามิจฉาชีพแก๊งนี้เป็นมืออาชีพ ตระเวนก่อเหตุหลายพื้นที่ โดยมีการวางแผน วางตัวละครไว้อย่างแยบยล จึงต้องแจ้งเตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อ ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพแก๊ง ซึ่งตำรวจจะเร่งติดตามจับกุมมาดำเนินคดีให้ได้เร็วที่สุด