“สิงคโปร์” สนใจโครงการแลนด์บริดจ์ พร้อมขยายความร่วมมือด้านพลังงานกับไทย

“สิงคโปร์” สนใจโครงการแลนด์บริดจ์ พร้อมขยายความร่วมมือด้านพลังงานกับไทย

View icon 68
วันที่ 27 เม.ย. 2569 | 13.01 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
นายกฯ เปิดทำเนียบฯ ต้อนรับ “รมว.กลาโหม” สิงคโปร์ กระชับความร่วมมืออย่างรอบด้าน ทั้งด้านทหาร พลังงาน อุตสาหกรรมการบิน และความมั่นคงทางอาหาร
.
วันนี้ (27 เม.ย.69) เวลา 10.00 น. นายชาง ชุน ซิง (H.E. Mr. Chan Chun Sing) รัฐมนตรีประสานงานด้านบริการภาครัฐ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐสิงคโปร์ เข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือในประเด็นความสัมพันธ์ และความร่วมมือที่สำคัญ ดังนี้
.
ด้านกลาโหม ทั้งสองฝ่ายยินดีที่ไทยและสิงคโปร์มีรากฐานความสัมพันธ์ทางด้านกลาโหมที่ใกล้ชิดมาอย่างยาวนาน โดยสะท้อนผ่านการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงระหว่างกันอย่างสม่ำเสมอ การฝึกร่วมประจำปี อาทิ การฝึก Cobra Gold โดยนายกรัฐมนตรี ยืนยัน ความต่อเนื่องของการฝึกร่วม และการสนับสนุนพื้นที่ฝึกแก่กองทัพสิงคโปร์
.
ด้านพลังงาน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงโอกาสในการขยายความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างกัน ทั้งในด้านการบริหารจัดการเชื้อเพลิง การค้าพลังงาน รวมถึงการเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าในภูมิภาค เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและลดการสูญเสียพลังงาน พร้อมวางแนวทางใช้ประโยชน์จากพลังงานหมุนเวียน และพลังงานทางเลือกมากขึ้น เพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางพลังงานในภูมิภาค
.
ด้านอุตสาหกรรมการบิน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงโอกาสในการขยายความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมการบินและการซ่อมบำรุงอากาศยาน (Maintenance, Repair, and Overhaul: MRO) โดยสิงคโปร์มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีและมาตรฐาน ขณะที่ไทยมีศักยภาพด้านพื้นที่ที่มีข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์และกำลังคน ซึ่งสามารถเกื้อหนุนกันในการพัฒนาเป็นศูนย์กลาง MRO ของภูมิภาค รวมถึงต่อยอดไปสู่การซ่อมบำรุงเรือและยุทโธปอกรณ์ทางทหาร นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นถึงโอกาสในการร่วมลงทุนและพัฒนารูปแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินและความต้องการใช้บริการที่เพิ่มขึ้น
.
ด้านความมั่นคงทางอาหาร ทั้งสองฝ่ายเห็นโอกาสในการขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหารระหว่างกัน โดยไทยมีศักยภาพในการเป็นแหล่งผลิตอาหารสูง ซึ่งจะช่วยสร้างความสมดุลกับประเทศที่มีทรัพยากรพลังงานแต่ขาดแคลนอาหาร ตลอดจนช่วยเสริมสร้างความร่วมมือและความมั่นคงในระดับภูมิภาคได้ในระยะยาว
.
และ ที่สำคัญฝ่ายสิงคโปร์ให้ความสนใจโครงการ Land Bridge ของไทย โดยเห็นว่าเป็นการเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างสองฝั่งทะเล เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มศักยภาพด้านโลจิสติกส์ของประเทศ รวมถึงเป็นโอกาสที่จะทำให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมต่าง ๆ ซึ่งจะต่อยอดสู่การสร้างเศรษฐกิจใหม่ สนับสนุนความมั่นคง และเสริมศักยภาพให้กับภูมิภาค ด้านนายกรัฐมนตรีพร้อมให้การสนับสนุนสิงคโปร์ พร้อมเน้นย้ำว่าโครงการดังกล่าวต้องอาศัยการลงทุนขนาดใหญ่และความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงพันธมิตรระหว่างประเทศ เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง