ไข้หูดับ ป่วยแล้ว 241 คน ช่วงอากาศร้อนยิ่งมีแนวโน้มผู้ป่วยมากขึ้น หลังกินหมูดิบหากป่วยภายใน 3 วัน ไข้สูง ปวดหัว รีบไปพบแพทย์ อย่ารอจนคอแข็ง ซึม ชัก มีจ้ำเลือดตามผิวหนัง จากคนปกติอาจกลายเป็นผู้พิการภายในไม่กี่วัน
วันนี้ (28 เม.ย.69) นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า จากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) กองระบาดวิทยา ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 24 เม.ย.69 พบผู้ป่วยติดเเชื้อไข้หูดับ สะสม 241 คน (อัตราป่วย 0.371 ต่อประชากรแสนคน) โดยพบมากในกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป รองลงมาคือ 50 – 59 ปี และ 40 – 49 ปี ตามลำดับ พื้นที่ที่พบรายงานผู้ป่วยต่อเนื่อง ได้แก่ ภาคกลางตอนบน ภาคเหนือตอนล่าง และภาตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง
“สถานการณ์ปีนี้ยังคงพบผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 2 (เมษายน – มิถุนายน) ซึ่งเป็นช่วงที่สภาพอากาศร้อน และมีพฤติกรรมบริโภคอาหารดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ มากขึ้น โรคนี้อาจเริ่มจากอาการคล้ายไข้ทั่วไป แต่สามารถลุกลามอย่างรวดเร็วถึงขั้นสูญเสียการได้ยินถาวรหรือเสียชีวิตได้ จึงขอให้ประชาชนอย่าประมาทกับการกินหมูดิบแม้เพียงเล็กน้อย”
ด้าน นพ. ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ผู้ติดเชื้อมักเริ่มมีอาการภายใน 3 วันหลังรับเชื้อ เช่น ไข้สูง ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว อาจมีอาการรุนแรงขึ้น เช่น คอแข็ง ซึม ชัก หรือมีจ้ำเลือดตามผิวหนัง เมื่อเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดและลุกลามไปยังเยื่อหุ้มสมอง จะทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และอาจลุกลามไปยังประสาทหูชั้นใน ส่งผลให้เกิดอาการหูตึง หูดับ หรือหูหนวกถาวรได้ภายในระยะเวลาอันสั้น ความอันตรายของโรคนี้อยู่ที่ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเร็ว หลายรายจากคนปกติ กลายเป็นผู้พิการทางการได้ยินภายในไม่กี่วัน หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
ดังนั้น หากมีไข้ร่วมกับประวัติกินหมูดิบหรือสัมผัสหมูดิบ ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที และแจ้งประวัติเสี่ยงให้ชัดเจน เพื่อให้ได้รับยาปฏิชีวนะอย่างรวดเร็ว ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงการหูหนวกและการเสียชีวิตได้ โดยกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ออาการรุนแรง ได้แก่ ผู้ดื่มสุราเรื้อรัง ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไต โรคหัวใจ และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงดังกล่าวอย่างเคร่งครัด