“โรสเมรี่” อดีตนักร้องดัง ยุค 90 โร่แจ้งจับช่างภาพคนสนิท ลวนลาม-อนาจาร ลูกชายอายุ 13 ปี ลั่นดำเนินคดีถึงที่สุด หวั่นเป็นภัยกับสังคม
วันนี้ ( 28 เม.ย. 69 ) "โรสเมรี่" อดีดศิลปินชาวไทยยุค 90 เข้าแจ้งความ สน.โคกคราม ให้ดำเนินคดีกับช่างภาพหนุ่มคนสนิท อายุประมาณ 30 ปี หลังมีพฤติการณ์ลวนลาม และอนาจารลูกชายอายุ 13 ปี โดยหลอกลวงว่าจะพาไปเที่ยวที่เขาใหญ่ จนทำให้ลูกชายหวาดผวา และต้องปรึกษาจิตแพทย์
ผู้เป็นแม่เปิดเผยว่า รู้จักกับผู้ก่อเหตุมาตั้งแต่ลูกชายอายุประมาณ 4-5 ขวบ เนื่องจากเป็นช่างภาพถ่ายโพรไฟล์ เพื่อส่งงานโมเดลลิง และตลอดเวลาที่รู้จักกัน ผู้ก่อเหตุมีท่าทีดูแล เอ็นดูลูกชายมาตลอด ทำให้ครอบครัวไว้วางใจ ถึงขั้นฝากให้ช่วยพาลูกชายไปเล่นน้ำสงกรานต์แทน เพราะตนป่วย โดยไม่ได้ระแวงสงสัยในพฤติกรรมใด ๆ แม้จะได้ยินข่าวลือว่า ผู้ก่อเหตุชอบพาเด็กไปนอนที่สตูดิโอมาบ้างก็ตาม
กระทั่งวันที่ 20 เมษายน ผู้ก่อเหตุได้ส่งข้อความมาชักชวนลูกชายไปเที่ยวเขาใหญ่ โดยระบุว่า จะเข้าพักในวันที่ 21 เมษายน และเช็กเอาท์ในวันที่ 23 เมษายน ในตอนแรกลูกชายปฏิเสธที่จะไป เนื่องจากรู้สึกไม่ดีที่ผู้ก่อเหตุใช้คำพูดหยาบคายในช่วงสงกรานต์ แต่ผู้ก่อเหตุพยายามหว่านล้อม อ้างว่าจะพาไปพักโรงแรมระดับ 5 ดาว มีกิจกรรมให้ทำมากมาย ตนเห็นว่าเป็นโอกาสดีที่ลูกชายจะได้ไปเที่ยว และคิดว่าน่าจะมีเด็ก ๆ ไปกันหลายคน จึงหว่านล้อมให้ลูกชายไปกับผู้ก่อเหตุ แต่ปรากฎว่าวันเดินทาง มีเพียงลูกชายกับผู้ก่อเหตุไปกัน 2 ต่อ 2 และห้องที่จองก็เป็นเตียงเดี่ยวขนาดใหญ่ ลูกชาย และตนพยายามขอยกเลิก แต่อีกฝ่ายก็อ้างว่ายกเลิกไม่ได้ จึงจำเป็นต้องไป
กลางดึกคืนวันที่ 22 เมษายน ระหว่างที่ลูกชายนอนอยู่ ก็ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาตอนประมาณตี 2 พบว่าผู้ก่อเหตุกำลังใช้มือบีบจับบริเวณอวัยวะเพศ เมื่อลูกชายตกใจ ผู้ก่อเหตุใช้แขนล็อกตัวลูกชายไว้ในอ้อมกอด ไม่ยอมปล่อย และพยายามกีดกันไม่ให้ลูกชายจับโทรศัพท์มือถือ ลูกชายตกอยู่ในภาวะหวาดกลัว ตัวสั่น และต้องทนอยู่สภาพนั้นตั้งแต่ตีสอง จนถึงเช้า
เมื่อถึงช่วงเช้า ลูกชายได้สอบถามผู้ก่อเหตุถึงการกระทำดังกล่าว แต่กลับได้รับคำตอบอ้างว่า "แค่หยอกเล่น" แต่จากความรู้สึกของลูกชาย ไม่ใช่แค่หยอกเล่น จึงได้มีการแอบบันทึกเสียงการสนทนาที่อีกฝ่ายรับสารภาพไว้ด้วย และได้นำมามอบให้ตำรวจในวันนี้ อีกทั้งส่วนตัวมองว่า อีกฝ่ายเหมือนพยายามหยั่งเชิง หากลูกชายไม่ขัดขืน เหตุการณ์ก็คงบานปลายไปมากกว่านี้ และตนเองก็ยังรู้สึกผิด ใจสลายทุกครั้งที่จะนอน เพราะเป็นคนบอกให้ลูกชายไปเที่ยว ทำให้ต้องเผชิญเรื่องราวแบบนี้
หลังเกิดเหตุ ลูกชายได้เล่าเรื่องทั้งหมดให้ตนฟัง จึงติดต่อไปยังผู้ก่อเหตุ ซึ่งยอมรับว่ากระทำจริง แต่อ้างว่าเป็นการหยอกเล่น และพยายามเสนอเงินไกล่เกลี่ย แลกกับไม่ให้ดำเนินคดี โดยเสนอเงิน 20,000 บาท ก่อนจะเพิ่มเป็น 100,000 บาท โดยขอผ่อนจ่ายให้ภายในระยะเวลา 2 ปี ตนจึงให้อีกฝ่ายทำสัญญามา แต่อีกฝ่ายก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอมทำสัญญา จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความ ยืนยันจะดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้ไปก่อเหตุกับเด็กคนอื่นอีก เพราะอีกฝ่ายทำงานเป็นช่างภาพ เน้นถ่ายรูปโพรไฟล์ให้เด็ก ๆ ถือว่าเป็นภัยสังคม และการที่ผู้ก่อเหตุคิดว่า การมาขอเคลียร์ส่วนตัวแล้วเรื่องจะจบ อ้างว่าหากถูกดำเนินคดี ก็จะไม่มีเงินมาจ่าย เป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมกับลูกชายตน ที่ปัจจุบันยังคงหวาดผวา ต้องเข้ารับการปรึกษา และประเมินสภาพจิตใจกับจิตแพทย์ ซึ่งก็มีค่าใช้จ่าย