นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจโลก ซึ่งส่งผลให้ผู้ประกันตนต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น สำนักงานประกันสังคมจึงเร่งขับเคลื่อน “โครงการลงทุนทางสังคม” เพื่อช่วยเหลือทั้งผู้ประกันตนและสถานประกอบการ
ในด้านการเสริมสภาพคล่องแก่ภาคธุรกิจ สำนักงานประกันสังคมได้ร่วมกับธนาคารพันธมิตร 7 แห่ง จัดสรรวงเงินรวม 30,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนสินเชื่อแก่สถานประกอบการให้มีสภาพคล่องทางธุรกิจและสามารถรักษาระดับการจ้างงาน
โดยกำหนดวงเงินกู้ตั้งแต่ไม่เกิน 15 ล้านบาท ไปจนถึง 50 ล้านบาทตามขนาดกิจการ อัตราดอกเบี้ยคงที่ในช่วง 3 ปีแรก ไม่เกินร้อยละ 2.35 ต่อปี (กรณีมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน) และไม่เกินร้อยละ 4.75 ต่อปี (กรณีไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน) สำหรับปีที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามที่ธนาคารแต่ละแห่งกำหนด ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการต้องส่งเงินสมทบประกันสังคมต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 12 เดือน และต้องรักษาการจ้างงานไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 โดยเปิดให้ยื่นขอสินเชื่อได้ตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2568 ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569 หรือจนกว่าจะครบวงเงินโครงการ (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ผ่านการขอหนังสือรับรองสถานะความเป็นสถานประกอบการจากเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th ก่อนติดต่อธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งธนาคารเป็นผู้พิจารณาอนุมัติตามหลักเกณฑ์ของธนาคาร โดยปัจจุบันมีสถานประกอบการที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อแล้วจำนวน 1,071 แห่ง สามารถรักษาการจ้างงานของลูกจ้างจำนวน 137,986 ราย คิดเป็นวงเงินรวม 11,347.52 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน สำนักงานประกันสังคมได้ร่วมกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ ดำเนินมาตรการช่วยเหลือผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคใต้ วงเงินรวมไม่เกิน 4,000 ล้านบาท สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33, 39 และ 40 เพื่อซ่อมแซมหรือสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ โดยให้วงเงินกู้ซ่อมแซมไม่เกิน 500,000 บาท และสร้างใหม่ไม่เกิน 2,000,000 บาท อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 5 ปีแรกเพียงร้อยละ 1.59 ต่อปี ปีที่ 6 – 8 อัตราดอกเบี้ย MRR – ร้อยละ 2 ต่อปี และตั้งแต่ปีที่ 9 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ย MRR – ร้อยละ 0.5 ต่อปี ทั้งนี้ ผู้ประกันตนที่ประสงค์เข้าร่วมต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ ต้องเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ และหากเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ต้องส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 6 ใน 12 เดือนก่อนใช้สิทธิ์ โดยเปิดให้ยื่นขอสินเชื่อได้ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 หรือจนกว่าจะครบวงเงินโครงการ (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ซึ่งผู้ประกันตนที่มีความประสงค์ร่วมโครงการต้องขอหนังสือรับรองสถานะความเป็นผู้ประกันตนจากสำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ ก่อนนำไปยื่นกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ ซึ่งจะเป็นผู้พิจารณาอนุมัติตามหลักเกณฑ์ของธนาคาร
