ศุภจี ประกาศปราบนอมินี MOU ไม่ใช่แค่ลงนามในกระดาษ

ศุภจี ประกาศปราบนอมินี MOU ไม่ใช่แค่ลงนามในกระดาษ

View icon 39
วันที่ 29 เม.ย. 2569 | 15.48 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ประกาศปราบนอมินี ศุภจี ลั่น 23 หน่วยงานเซ็น MOU ไม่ใช่แค่ลงนามในกระดาษ จับจริงทำให้เข้มข้น ป้องกันตั้งแต่ก่อนเกิดธุรกิจทุนเทา พบ 5 หมื่นชื่อ กรรมการบริษัท ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

วันนี้ (29 เม.ย.69) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) ภายใต้แนวคิด “ลบรอยร้าวเศรษฐกิจ ร่วมพิชิตนอมินี”

โดยนางศุภจี กล่าวว่า วันนี้มีหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ร่วมลงนามเป็นพลังหนึ่งเดียว 23 หน่วยงาน ไม่ได้มาเพื่อที่จะสร้างภาพให้เห็นว่าเรามาร่วมมือกันทำงานแบบบูรณาการเท่านั้น เรามีความตั้งใจทำให้เรื่องนี้เป็นวาระสำคัญ บังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพและเข้มข้นในการดูแล เพราะทุกคนทราบดีว่าปัญหานอมินี ทุนเทา เป็นประเด็นสำคัญ ทำให้ประเทศของเราไม่สามารถจะเดินไปได้เต็มศักยภาพที่ควรจะเป็น ดังนั้น ทุกหน่วยงานมีความตั้งใจ

นางศุภจี ระบุว่า ในวันนี้จะเป็นวันที่มาลงนามร่วมกัน แต่การทำงานได้เริ่มแล้ว เริ่มตั้งแต่ตุลาคม ปีที่ผ่านมา ทำงานมาอย่างต่อเนื่อง มีผลบังคับใช้และมีการปฏิบัติการจับกุมอย่างเข้มงวด ทั้งการป้องกันก่อนที่จะทำให้เกิดธุรกิจทุนเทา นอมินี โดยต้นทาง คือ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ภายใต้กระทรวงพาณิชย์ เพราะเป็นแหล่งต้นทางในการรับจดทะเบียนบริษัท มีบริษัทจดทะเบียนนิติบุคคล ในฐานข้อมูลกว่า 980,000 ราย และมีคนจะขอจดทะเบียนบริษัททุกวัน เราทำตั้งแต่การป้องกัน และบูรณาการข้อมูลกับหน่วยงานทั้งหมด ในการลงไปดูว่ามีบุคคลใด บริษัทใด ที่ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงบ้าง

ดังนั้นได้ผลลัพธ์แล้วว่า เรามีคนที่ได้พบเห็นจริง ๆ ตัวอย่าง ของการบูรณาการนี้เป็นการดึงเอาฐานข้อมูล จากเอามาจาก สอท.ในการส่งข้อมูล หรือให้เราเข้าไปในฐานข้อมูล ที่เป็นบัญชีม้าดำ จึงพบว่าคนที่อยู่ในข่ายม้าดำ กว่า 2,000 ราย และส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแล ซึ่งมีการป้องกันว่าหากมีรายชื่อที่อยู่ในฐานข้อมูล สอท. ก็จะไม่ให้จด พร้อมกับจะเชื่อมไปที่กระทรวงการคลัง ว่ามีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กว่า 13 ล้านคน ถ้าขอมาจดทะเบียนบริษัทใหม่เราต้องเรียกคุย เพราะหากถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่สามารถที่จะเปิดบริษัทได้ จึงมีการป้องกันคนที่อาจจะไม่รู้ และถูกใช้ ซึ่งในฐานข้อมูลพบคนถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นกรรมการบริษัท กว่า 50,000 ราย จึงส่งกลับไปที่ต้นทางให้ไปแก้ไข ยืนยันพร้อมจะจับจริงและทำให้เข้มข้นมากขึ้น

นางศุภจี ระบุอีกว่า มี 3 ด้านที่ทำร่วมกัน คือ บริการข้อมูลเชื่อมโยงข้อมูลสำหรับ 23 หน่วยงาน สร้างกลไกเฝ้าระวัง ต้องการสร้างความเชื่อมั่นว่าการทำธุรกิจในประเทศนี้ ควรสามารถเข้าถึงได้อย่างโปร่งใสถูกต้อง และคนที่ทำถูกต้องควรได้รับการปกป้อง ส่งเสริมการทำธุรกิจ

ดังนั้น การร่วมมือในวันนี้ เชื่อมั่นว่าจะเป็นการปิดรอยร้าวทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทยเสียเปรียบการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมจากทุนต่างชาติ ลดความเสียหายกับเศรษฐกิจในภาพรวม รวมทั้งสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจอย่างถูกต้องว่าจะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม

นางศุภจี ย้ำทิ้งท้ายว่า การลงนามในวันนี้จะไม่ใช่การลงนามในกระดาษ แต่เป็นการสร้างความเข้มแข็งสร้างรากฐานในการทำธุรกิจให้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง เปลี่ยนการค้าการลงทุนให้ถูกต้อง เปลี่ยนการอำพรางให้กลายเป็นโปร่งใส

ข่าวที่เกี่ยวข้อง