สุริยะ ขู่ฟ้องแน่ หาก “ราเชน“ ไม่หยุดพูด ลั่นแม้หลานได้พบก็ย้ายอยู่ดี

สุริยะ ขู่ฟ้องแน่ หาก “ราเชน“ ไม่หยุดพูด ลั่นแม้หลานได้พบก็ย้ายอยู่ดี

View icon 124
วันที่ 30 เม.ย. 2569 | 16.34 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ถ้าคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมฟ้องกลับได้ “สุริยะ” ขู่ฟ้องแน่ หาก “ราเชน“ ไม่หยุดพูด แจงย้ายครั้งนี้ ไม่เกี่ยวกับ หลาน-กล้าธรรม แม้หลานได้พบ ก็ย้ายอยู่ดี อยากได้คนมีกำลังทำงาน ไม่ใช่ใกล้เกษียณแล้วเกียร์ว่าง

วันนี้ (30 เม.ย.69) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงกรณีโยกย้าย นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นครั้งที่ 2 ว่า เมื่อวานนี้ (29 เม.ย.69) นายราเชนได้พูดถึงสาเหตุการถูกโยกย้าย โดยสื่อให้เห็นว่า หลานของตนเองซึ่งเป็นผู้บริหารสายการบินแห่งหนึ่ง พยายามติดต่อขอเข้าพบนายราเชน แต่ไม่ได้พบ

หากย้อนไปตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ซึ่งทุกคนก็รู้ว่า ช่วงเวลานั้น ตนไม่ได้เกี่ยวข้อง และอยู่คนละกระทรวง จากนั้น นายราเชน บอกว่าจะแฉ โดยมีบันทึกการสนทนาไว้ ว่ามีการโทรหานายราเชน
30 มี.ค.69 ในช่วงเย็น ใช้เวลา 1 นาที
31 มี.ค.69 เวลา 10.30 น. ใช้เวลา 54 นาที
16 เม.ย.69 ช่วง เวลา 14.00 น. เป็น Miss Call
19 เม.ย.69 ช่วงเที่ยง ใช้เวลา 16 นาที และเวลา 13.00 น. ใช้เวลา 54 วินาที

จะเห็นว่าในข้อเท็จจริง ตนไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อน ว่าหลานจะติดต่อไปขอพบนายราเชน หลังจากมีข่าว ก็ได้สอบถามหลาน ซึ่งก็ยอมรับว่าเป็นข้อเท็จจริงที่เขาติดต่อไป  

นายสุริยะ กล่าวอีกว่า ลองคิดดู ถ้าตนรู้ว่าหลานติดต่อไป คงจะบอกนายราเชน ว่าหลานอยากขอพบ แสดงว่าตนไม่ได้รับการติดต่อจากหลาน หลานพยายามติดต่อโดยตรง ซึ่งถ้าตนรู้ก็คงบอกนายราเชนว่าให้มีการพบกันหน่อย อาจจะมีเรื่องอะไรที่เสนอเป็นประโยชน์หรือไม่ แต่แม้ว่านายราเชนให้พบ อย่างไรก็ย้ายอยู่ดี เพราะการย้ายไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของหลาน แต่เป็นเรื่องที่ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำกับดูแลเกษตรกรเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมีจำนวนมากกว่าภาคธุรกิจอื่น และผลผลิตขณะนี้ก็ตกต่ำ

“ดังนั้น ผมอยากได้คนมีกำลังวังชาที่จะทำงาน เพื่อสนองนโยบาย ซึ่งสื่อมวลชนก็คงทราบดีว่า ข้าราชการพอใกล้เกษียณ ก็ค่อนข้างจะเกียร์ว่าง ไม่ใช่ผมพูดเองนะ แต่สื่อมวลชนก็รู้ว่าเป็นอย่างนั้น ผมก็เลยเสนอเรื่องนี้ ไม่มีเรื่องอื่นเลย”

นายสุริยะ กล่าวอีกว่า มีข่าวออกมาว่า หลานของตนจะไปของานที่กระทรวง ซึ่งเป็นเงินจำนวนมาก แต่ตนจำตัวเลขไม่ได้ แต่ในเมื่อนายราเชน ไม่ยอมให้หลานของตนพบเลย แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าหลานไปของาน มันขัดกับข้อเท็จจริง จึงอยากทำความเข้าใจว่า ตนยึดถือความโปร่งใสเป็นหลัก

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้สอบถามหลานว่ามีการติดต่อนายราเชนไปจริงหรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า หลังเกิดเรื่องได้ถามหลานชายว่าได้ติดต่อไปจริงหรือไม่ซึ่งหลานยอมรับว่าได้ขอติดต่อจริง แต่หากย้อนไปปี 2568 ซึ่งนายราเชน บอกว่าหลานได้ติดตามไป และปรากฎตัวกัน 3 คน แต่หลานชายตนไม่ไปกลัวถูกหลอกจึงไม่ให้พบ พอมาถึงในช่วงนี้หลานชายได้ติดต่อไปจริงแต่ไม่ให้พบ ซึ่งหากเขาต้องการจะพบคงมาบอกตนแล้ว แต่ไม่ได้มาบอก เพราะเป็นกิจการธุรกิจของเขาเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตน จึงอยากเรียนว่าแม้ครอบครัวเป็นญาติพี่น้องกัน แต่ต่างคนต่างแยกกันไปอยู่มีธุรกิจของตัวเอง ตนมาทำการเมือง

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะชี้แจงอย่างไรที่หลายคนมองว่าการโยกย้ายครั้งนี้ไม่เป็นธรรมต่อข้าราชการ นายสุริยะ ย้อนถามว่า ข้าราชการตรงไหนบ้าง ตั้งแต่ตอนย้ายมาก็ไม่มีใครมาพูดถึงเรื่องนี้ ให้มาถึงหู มีแค่อธิบดีราเชนคนเดียวเท่านั้นที่พูดอยู่ และขอย้ำว่าตนทำงานการเมืองมาตั้งแต่ปี 2544 มาถึงตอนนี้เกือบ 30 ปีแล้ว ถูกโยกย้ายมาแล้วหลายกระทรวง แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่เจ้าหน้าที่ถูกย้ายแล้วมาว่าตนไม่ให้ความเป็นธรรม ในครั้งนี้การที่อ้างว่าถูกโยกย้ายเพราะไม่เอื้อประโยชน์ให้หลานชายตนไม่เป็นความจริง ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของการเมือง แต่เป็นเรื่องการบริหารเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของกระทรวงเกษตรฯ

ส่วนกรณีที่นายราเชนให้เหตุผลในเอกสารลาออกว่าไม่สามารถตอบสนองนโยบายฝ่ายการเมืองได้นั้น นายสุริยะ กล่าวว่า มีอะไรที่สนองฝ่ายการเมืองไม่ได้ ตนไปบีบอะไรท่าน ขอให้ท่านชี้แจงมา แต่ถ้าเสนอสิ่งที่เป็นเท็จ ตนถือว่าได้รับความเสียหายหลังจากแถลงครั้งนี้แล้วยังไม่หยุด จะดำเนินการฟ้องคดี หากเห็นว่า ไม่เป็นธรรมก็สามารถฟ้องดำเนินคดีกับตนได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า การโยกย้ายครั้งนี้เป็นการล้างคนเก่าของพรรคการเมืองเดิมหรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า ตอนที่ไปดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก็มีคนที่รัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยแต่งตั้งไว้อยู่ เช่น อธิบดีกรมทางหลวง และอธิบดีกรมทางหลวงชนบท ตนก็ไม่เคยโยกย้าย ดังนั้นจึงไม่มีเรื่องล้างบาง ข้าราชการทุกคนทำตามนโยบายของผู้บริหารและรัฐมนตรีอยู่แล้วเพราะเขาเป็นมืออาชีพ ตนไม่จำเป็นต้องไปย้ายใคร เพียงเพราะเป็นคนของพรรคนั้นพรรคนี้

ส่วนกรณีที่นายราเชนเตรียมที่จะไปขอความเป็นธรรมจากพรรคกล้าธรรม จะทำให้เรื่องนี้ถูกนำไปโยงกับเรื่องการเมืองหรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า นายราเชนพูดเองว่าที่ถูกสั่งย้าย เพราะไม่ให้หลานชายตนเข้าพบ จึงไม่ใช่เรื่องของการเมือง ใครจะทำเป็นเรื่องการเมืองก็แล้วแต่ แต่ตนยืนยันว่าการโยกย้ายครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวกับพรรคกกล้าธรรม

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า มีการเรียกนายราเชนไปพบ เพื่อพูดคุยเรื่องงบประมาณ ก่อนโปรดเกล้าแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี นายสุริยะ กล่าวว่า ก่อนที่ตนจะเข้ามาเป็น รมว.เกษตรฯ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ คนเดิมได้ จัดทำนโยบายเพื่อเสนองบประมาณฯ เมื่อตนเข้ารับตำแหน่ง สำนักงบประมาณจึงให้เสนอว่ามีความจำเป็นหรือไม่อย่างไร หรือต้องการปรับปรุงส่วนไหนหรือไม่ ซึ่งตนก็ยืนยันไปตามเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยน

เมื่อวานนี้ มีการประชุมงบประมาณกระทรวงเกษตรฯ นายราเชนได้เข้าประชุมด้วย ก็ไม่ได้พูดคุยกันอาจเป็นเพราะมีข้าราชการอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งตนก็เคยบอกแล้วว่า หากนายราเชนติดใจอะไร ห้องของตนเปิดตลอดเวลา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง