เช้านี้ที่หมอชิต - ต้อนรับวันแรงงาน น้ำมันทุกกลุ่มปรับขึ้นราคา โดยกลุ่มน้ำมันดีเซล ยกเว้นดีเซลพรีเมียม ขึ้น 60 สตางค์ต่อลิตร ส่วนน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ ขึ้น 85 สตางค์ต่อลิตร
อัปเดตราคาน้ำมันล่าสุด จากสถานีบริการใหญ่ ที่มีผลตั้งแต่ 05.00 น. ของวันนี้ (1 พ.ค.)
ดีเซล B20 จาก 33.20 บาท เป็น 33.80 บาท
ดีเซลธรรมดา จาก 40.20 บาท เป็น 40.80 บาท
แก๊สโซฮอล์ E85 จาก 31.39 บาท เป็น 32.24 บาท
แก๊สโซฮอล์ E20 จาก 35.45 บาท เป็น 36.30 บาท
แก๊สโซฮอล์ 91 จาก 42.08 บาท เป็น 42.93 บาท
แก๊สโซฮอล์ 95 จาก 42.45 บาท เป็น 43.30 บาท
เบนซิน จาก 52.04 บาท เป็น 52.89 บาท
ส่วนสาเหตุที่น้ำมันทุกกลุ่มปรับขึ้นราคา เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้การประชุมคณะกรรมการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ กบน. เมื่อวานนี้ (30 เม.ย.) มีมติปรับเพิ่มอัตราชดเชยน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา บี7 94 สตางค์ต่อลิตร เป็น 3 บาท 12 สตางค์ต่อลิตร จากเดิมชดเชย 2 บาท 18 สตางค์ต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการ ปรับเพิ่มขึ้น 60 สตางค์ต่อลิตร
ขณะที่ น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี 20 ปรับเพิ่มอัตราชดเชย 74 สตางค์ต่อลิตร เป็น 9 บาท 18 สตางค์ต่อลิตร จากเดิมชดเชย 8 บาท 44 สตางค์ ส่งผลให้ราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการปรับเพิ่มขึ้น 60 สตางค์ต่อลิตร
ส่วนกลุ่มน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ กบน. ไม่ได้มีประกาศลดการจัดเก็บหรือเพิ่มการชดเชยแต่อย่างใด ระบุแค่เพียงว่า ให้รอประกาศจากผู้ค้า
กระทรวงพลังงาน รายงานปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศ ณ วันที่ 30 เมษายน 2569 ประเทศไทยมีน้ำมันเพียงพอกับความต้องการใช้ประมาณ 103 วัน โดยเป็นน้ำมันสำรองตามกฎหมาย 25 วัน น้ำมันสำรองเพื่อการค้า 23 วัน น้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่ง 38 วัน และน้ำมันที่ได้รับการยืนยันในการจัดหาแล้ว 17 วัน
ขณะที่ การผลิตและจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล เฉลี่ยตั้งแต่วันที่ 1-28 เมษายน 2569 ไทยสามารถผลิตน้ำมันดีเซลได้ 74.57 ล้านลิตร และจำหน่าย 54.34 ล้านลิตร
ส่วนกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 30 เมษายน 2569 ติดลบ 62,853.38 ล้านบาท โดยมีการชดเชยน้ำมันดีเซลวันละประมาณ 118 ล้านบาท