รวบหนุ่มวัย 31 ปี เพิ่งพ้นคุกตอนเช้าไม่สำนึก ตกเย็นก่อเหตุขโมยพระเครื่องห้างดังย่านงามวงศ์วาน สารภาพหาเงินไปย้ายห้อง
เมื่อวันที่ 3 พ.ค. 69 ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ พร้อม ตำรวจ สน.มีนบุรี ได้ร่วมจับกุมตัวนายสุรศักดิ์ อายุ 31 ปี ชาว จ.ชัยนาท ที่อะพาร์ตเมนต์ ในซอยรามคำแหง187/1 แยก 2 ถ.รามคำแหง แขวงมีนบุนี เขตมีนบุรี กทม. พร้อมด้วยของกลาง 1.พระเครื่อง และวัตถุมงคลหลายชิ้น 2 เสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุ โดยแจ้งข้อกล่าวหา ลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยผ่านสิ่งกีดกั้นที่ไว้คุ้มครองทรัพย์
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 เม.ย. 69 นายสมศักดิ์ อายุ 63 ปี เจ้าของร้านพระเครื่องในห้างดังย่านงามวงศ์วาน เดินทางมาแจ้งความว่าเมื่อวันที่ 26 เม.ย. 69 เวลา 18.20 น. ได้มีคนร้ายเข้าไปก่อเหตุลักพระเครื่องจากตู้ลิ้นชักภายในร้านประมาณ 20-25 องค์ มูลค่าประมาณ 3 แสนบาท
นายสุรศักดิ์ ผู้ต้องหา กล่าวว่า ตนเคยติดคุกคดีลักทรัพย์ 4 เดือน เพิ่งพ้นโทษช่วงเช้าวันที่ 26 เม.ย. พอตกเย็นวันเดียวกัน ตั้งใจมายืมเงินรุ่นพี่ที่รู้จักในห้าง แต่เดินผ่านร้านพระเครื่องเห็นไม่ได้ล็อคจึงลงมือก่อเหตุ มีแกะกรอบทองไปขายบางส่วน ได้เงินมาเพียง 2,000 บาท ส่วนสาเหตุที่ทำลงไปเพราะต้องการหาเงินมาย้ายห้อง ส่วนของกลางยังเหลืออยู่ครบทุกองค์ที่ขโมยไป เพราะหลังก่อเหตุเห็นเจ้าของร้านโพสต์ในเฟซบุ๊ก และกล้องวงจรปิดเห็นหน้าตนชัดเจน จึงไม่กล้าเอาพระเครื่องไปปล่อยเช่าที่ไหน รู้สึกกลัวจึงเก็บของกลางไว้ในกระเป๋าสะพาย ก่อนจะถูกจับตัว
ด้าน นายสมศักดิ์ ผู้เสียหาย กล่าวว่า ร้านของตนถูกขโมยพระเครื่องสูญหายหลายองค์ มูลค่าที่ประเมินได้ประมาณ 2-3 แสนบาท แต่ถ้าประเมินแบบค้าขายเอากำไรก็จะประมาณ 4-5 แสนบาท ส่วนใหญ่จะเป็นพระกลางๆ ไม่ถึงขั้นมีชื่อเสียง ตอนที่รู้ว่าพระหายรู้สึกตกใจเพราะว่าห้างนี้ไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ตนไม่เคยรู้จักหรือเห็นหน้าคนร้าย หลังจากรู้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวได้ก็รู้สึกดีใจ และอยากขอบคุณที่ช่วยตามจับคนร้ายได้รวดเร็ว ของที่ถูกขโมยไปอาจจะได้คืนมาไม่ครบแต่ก็ดีกว่าไม่ได้คืนเลย ฝากถึงร้านพระเครื่องและคนในวงการพระที่ทำอาชีพเดียวกัน อย่าประมาทแบบตน ให้ล็อกร้านทุกอย่างล็อกตู้ คนร้ายอ้างว่าเดินผ่านมาจึงลงมือก่อเหตุเลย แต่ไม่รู้ว่าวางแผนมาก่อนหรือไม่ หลังจากนี้ก็ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย ยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด