พายุฤดูร้อนกระหน่ำพร้อมฝนตกหนัก ก่อนที่ฟ้าพิโรธผ่าวัวของชาวบ้านที่เลี้ยงไว้ในทุ่งกุลาร้องไห้ ตาย 13 ตัว บาดเจ็บ 1 ตัว
เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 4 พ.ค. 2569 นายกเทศมนตรีตำบลเมืองบัว อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีวัวจำนวน 13 ตัวที่ชาวบ้านปล่อยเลี้ยงไปตามทุ่งนาทุ่งกุลาร้องไห้ ถูกฟ้าผ่าตายจำนวน 13 ตัวเจ็บ 1 ตัวโดยเหตุเกิดที่โพนขาม บ้านเมืองบัวหมู่ 11 ตำบลเมืองบัว ซึ่งเจ้าของของวัวได้ออกไปดูวัวตัวเองในตอนเช้าและพบว่าถูกฟ้าผ่าอยู่ที่บริเวณดังกล่าว
ซึ่งวัวที่ถูกฟ้าผ่าตาในครั้งนี้เป็นเพศเมีย 11 ตัวเพศผู้ 2 ตัวและบาดเจ็บขาหลังซ้ายหักเพศผู้อีก 1 ตัว ชาวบ้านบอกว่าเหตุฟ้าผ่าดังกล่าว น่าจะเกิดตั้งแต่ช่วงใกล้ค่ำวานนี้เนื่องจากมีฝนตกฟ้าคะนองและฟ้าร้องคำรามลั่น ซึ่งตอนนั้นไม่มีใครอยู่เฝ้าวัวหลังจากต้อนวัวเข้าคอกชั่วคราวกลางทุ่งเสร็จเจ้าของวัวก็จะกลับบ้านใครบ้านมัน ซึ่งวัวที่เลี้ยงนี้เป็นการรวมกลุ่มกันมาเฝ้าระวังดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกันหลังจากที่วัวถูกฟ้าผ่าตายทางเจ้าของวัวแต่ละคนบอกว่าจะไม่ขายซากและไม่ชำแหละใดๆ ทั้งสิ้นจะฝังกลบเพราะถ้าเอาไปชำแหละก็เกิดความรู้สึกสงสารวัวตัวเองแต่เป็นการซ้ำเติมซากวัวที่ตายแล้ว
ต่อมาเจ้าของวัวและชาวบ้านได้นิมนต์พระสงฆ์ 4 รูปมาทำพิธีสูตรถอดเพื่อถอดถอนสิ่งที่ไม่ดีที่เกิดขึ้นหรือสิ่งชั่วร้ายตามความเชื่อต่างๆที่เกิดขึ้นให้หายออกไป พร้อมกันนั้นก็ยังได้ทำการสวดมนต์อุทิศส่วนกุศลไปให้กับวัวทุกตัวที่ตายในครั้งนี้ด้วย
นายประสิทธิ์ ใด้เฉียง ผู้ใหญ่บ้านเมืองบัว บอกว่าเหตุฟ้าผ่าน่าจะเกิดช่วงเย็นวานนี้เพราะมีพายุฟ้าร้อง ซึ่งวัวดัวกล่าวมีเจ้าของหลายคน ได้ตั้งชื่อชมรมวัวนอนทุ่ง มีประมาณ 500 กว่าตัว ซึ่งจะรวมกลุ่มกันเลี้ยงและจัดเวรมาช่วยกันดูแล แล้วปล่อยเลี้ยงไปตามทุ่งกุลาร้องไห้ และตอนเย็นก็จะต้อนมารวมกันในคอกชั่วคราวแห่งนี้ ซึ่งที่ต้นยูคาลิปตัสที่ฝูงวัวนอนตายอยู่ เป็นต้นขนาดใหญ่และสูง จะมีร่องร่อยจากฟ้าผ่าที่ต้นไม้ด้วย
นางแอนนา ภาโคกทม หนึ่งในเจ้าของวัวเจ้าบอกว่ารู้สึกเสียใจ ตนเลี้ยงวัวทั้งหมด 9 ตัววันนี้ถูกฟ้าผ่าไป 3 ตัวคิดเป็นความเสียหายประมาณ 50,000 บาท