อดีตสาวเอ็นฯ ร้องสายไหมต้องรอด กู้เงินนอกระบบรักษาแม่ป่วยเป็นโรคเส้นเลือดในสมอง แต่ส่งดอกไม่ทัน ถูกนายทุนเงินกู้โหด บังคับเอาตัวขัดดอก-ขู่ปล่อยคลิปลับ ล่าสุดดอกเบี้ยท่วมเงินต้น กว่า 7 เท่า
วันนี้ ( 4 พ.ค. 69 ) หญิงสาวรายหนึ่ง ซึ่งเป็นอดีตเด็กเอ็น ปัจจุบันทำงานประจำ 2 ที่ และกำลังศึกษาที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เดินทางเข้าร้องเรียนกับเพจสายไหมต้องรอด หลังจากถูกนายทุนเงินกู้นอกระบบ คุกคามอย่างหนัก และบังคับให้เอาตัวมาขัดดอกเพื่อชดเชยดอกเบี้ย ผู้เสียหายเล่าว่า เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2568 ผู้เสียหายได้รู้จักกับนายทุน ที่ใช้ชื่อในแอปพลิเคชันไลน์ว่า พี่บี บางใหญ่ ผ่านทางสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง และได้กู้ยืมเงินครั้งแรก 5,000 บาท เพราะต้องเอาไปช่วยแม่ที่ป่วยเป็นโรคเส้นเลือดในสมอง โดยมีเงื่อนไขต้องส่งเฉพาะดอกเบี้ยเป็นรายวัน วันละ 200 บาท ต่อมาอีกประมาณ 3-4 เดือน ผู้เสียหายมีความจำเป็นต้องใช้เงินอีกจึงกู้เพิ่มอีก 5,000 บาท รวมเป็นเงินต้น 10,000 บาท ทำให้ต้องแบกรับภาระส่งดอกเบี้ยเพิ่มเป็นวันละ 400 บาท หรือคิดเป็นเงินเดือนละ 12,000 บาท ซึ่งสูงกว่าเงินต้นที่กู้ยืมมา
ความโหดร้ายของนายทุนรายนี้ ปรากฏชัดในการกู้เงินครั้งที่สอง ผู้เสียหายถูกบังคับให้ถ่ายภาพ และคลิปวิดีโอในลักษณะโป๊เปลือย เพื่อใช้เป็นหลักฐานค้ำประกันการกู้ยืม เนื่องจากผู้เสียหายติดเครดิตบูโร ไม่สามารถกู้ในระบบได้ จึงต้องยอมทำตามข้อตกลงด้วยความจำใจ ต่อมาเมื่อผู้เสียหายประสบปัญหาทางการเงินจนขาดส่งดอกเบี้ยเพียง 4 วัน นายทุนรายนี้ได้ใช้คลิป และภาพลับดังกล่าวมาข่มขู่ บังคับให้ผู้เสียหายเดินทางไปพบเพื่อร่วมประเวณีเป็นการขัดดอก หากไม่ยินยอมจะนำภาพและคลิปไปเผยแพร่ให้เกิดความอับอาย โดยการขัดดอก 1 ครั้งแลกกับการไม่ต้องส่งเงิน 4 วันหรือแลกค่าตัวประมาณ 400 บาท
นอกจากนี้ นายทุนยังมีการตั้งกฎเกณฑ์ค่าปรับที่โหดเกินกว่ากฎหมายกำหนด ถ้าส่งดอกเบี้ยหลังเวลา 17.00 น. จะถูกปรับเพิ่มวันละ 200 บาท หากส่งหลังเที่ยงคืนปรับเป็น 800 บาท และถ้าข้ามวันจะปรับสูงถึง 1,000 บาท ล่าสุดนายทุนยังพยายามบังคับให้ผู้เสียหาย ไปดาวน์รถจักรยานยนต์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น ไอแพด เพื่อนำมาหักล้างหนี้สิน แต่ผู้เสียหายไม่สามารถทำได้เนื่องจากติดเงื่อนไขด้านเอกสาร
ที่ผ่านมา ผู้เสียหายส่งเงินดอกเบี้ยไปแล้วรวมกว่า 72,000 บาท จากเงินต้นเพียง 10,000 บาท แต่ยอดหนี้กลับไม่ลดลงเลยแม้แต่บาทเดียว ซ้ำยังถูกข่มขู่ว่านายทุนมีเส้นสายเป็นตำรวจ ในพื้นที่บางใหญ่ สามารถเคลียร์คดีได้ และขู่จะขายหนี้ต่อให้นายทุนรายอื่นที่โหดกว่าเดิม ทำให้ผู้เสียหายหวาดกลัว เครียดจัดจนต้องพึ่งยาระงับประสาท กังวลว่าเรื่องนี้จะกระทบต่ออาการป่วยของมารดาที่เป็นโรคเส้นเลือดหัวใจและสมองตีบ
ด้านนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ระบุว่า พฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายความผิดหลายกระทง ทั้งการเรียกรับดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด การข่มขู่คุกคาม และการกระทำความผิดเกี่ยวกับสื่อลามกอนาจาร โดยจะนำตัวผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. ในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อติดตามตัวนายทุนรายนี้และเครือข่ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด พร้อมตรวจสอบว่ามีการอ้างชื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงตามที่ข่มขู่หรือไม่