ทำแผนฯ ลวงสังหาร ชิงทรัพย์ลุงขับแท็กซี่ อ้างติดหนี้ 400 บาท

ทำแผนฯ ลวงสังหาร ชิงทรัพย์ลุงขับแท็กซี่ อ้างติดหนี้ 400 บาท

View icon 102
วันที่ 6 พ.ค. 2569 | 20.50 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
คุมตัว “บังเลาะห์” ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังก่อเหตุลวงโชเฟอร์แท็กซี่ไปสังหาร อ้างปมถูกทวงถาม ไม่ยอมเปลี่ยนฟิล์มมือถือ แทนค่าโดยสาร 400 บาท

หลังสอบสวนนายนาราธร หรือบังเลาะห์ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหา คดีฆ่าชิงทรัพย์คนขับแท็กซี่ นานกว่า 2 ชั่วโมง ล่าสุด เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ตำรวจได้ควบคุมตัว บังเลาะห์ ออกจากห้องสืบสวน สภ.ช้างใหญ่ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และตรวจหาท่อนไม้ อาวุธที่ใช้ทุบตีที่ใบหน้า ศีรษะ ของลุงประหยัด คนขับแท็กซี่ จนเสียชีวิต

โดยระหว่างทำแผน ตำรวจได้ปิดทางเข้าออก จุดเกิดเหตุ ไม่ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไป สื่อมวลชนที่ติดตามทำข่าวต้องเดินเท้าเข้าไปกว่า 1 กิโลเมตร มีการนำรถยนต์กระบะ มาจำลองแทนรถแท็กซี่ เริ่มตั้งแต่การชี้จุดจอดรถ โดยบังเลาะห์ นำชี้ว่า มานั่งมาเบาะด้านหลัง จากนั้นลงจากรถ หยิบท่อนไม้ แล้วเดินตรงเข้าไปทุบตีคนขับแท็กซี่ ที่ลงจากรถมาพอดี หลายครั้งจนสลบไป และได้โยนท่อนไม้ทิ้งในป่าใกล้จุดเกิดเหตุ ก่อนหลบหนีไป

ตรวจสอบพบท่อนไม้ต้นยูคาลิปตัส ความยาวประมาณ 1 เมตร มีคราบเลือดติดอยู่ เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งเก็บดีเอ็นเอ ไปตรวจสอบ ระหว่างนั้น ผู้สื่อข่าวพยายามถามถึงแรงจูงใจ และอยากขอโทษ ครอบครัวของผู้เสียชีวิตหรือไม่  แต่บังเลาะห์ ไม่ยอมปริปากพูดอะไร

เบื้องต้นตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อว่าอาวุธที่ใช้ก่อเหตุเป็นท่อนไม้ แม้จะมีการทำแผนประกอบคำรับสารภาพยืนยัน และพบไม้ที่อาจจะใช้ในการก่อเหตุตามคำกล่าวอ้างก็ตาม แต่เนื่องจากตำรวจได้พบค้อนบริเวณท้ายรถแท็กซี่ด้วย ทำให้ต้องนำอาวุธทั้งสองชนิด ส่งตรวจคาบเลือดทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียดด้วย

ด้าน พล.ต.ต.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง เปิดเผยว่า คดีนี้ตำรวจได้ระดมกำลังสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 1 ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ สภ.ช้างใหญ่ เพื่อเร่งติดตามตัวคนร้าย โดยการตรวจสอบหลักฐาน ภาพจากกล้องวงจรปิด ตรวจสอบทางเทคโนโลยี จนทราบตัวผู้ก่อเหตุ จึงรวบรวมหลักฐาน สามารถขอศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ออกหมายจับในข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และชิงทรัพย์ กระทั่งติดตามจับกุมตัวได้

ส่วนประเด็นการวางแผนไตร่ตรองไว้ก่อนหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างการสอบสวนเชิงลึก เพื่อรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม หากพบพฤติการณ์ความผิดอื่นจะแจ้งข้อหาเพิ่ม ซึ่งตำรวจยังไม่เชื่อในคำให้การผู้ต้องหา แต่ก็เป็นสิทธิ์ที่จะให้การอย่างไรก็ได้ ซึ่งตำรวจต้องไปหาพยานหลักฐานมาพิสูจน์ทราบ โดยได้ตรวจภายในรถหลายรอบหลาย เพื่อประกอบสำนวนคำรับสารภาพของผู้ต้องหา

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่ามีความขัดแย้งกับผู้ตาย เรื่องค่าโดยสารรถแท็กซี่ ประมาณ 400 บาท ซึ่งผู้ตายติดค้างไว้ จึงมีการตกลงกันว่าจะให้ผู้ต้องหานำโทรศัพท์มือถือไปติดฟิล์มกระจกใหม่ เพื่อเป็นการหักลบกลบหนี้กัน แต่ผู้ตายได้มีการทวงถามโทรศัพท์คืนหลายครั้ง เนื่องจากผู้ต้องหาไม่ได้นำไปติดฟิล์มตามที่ตกลงกันไว้ กระทั่งได้หลอกล่อผู้ตายมายังจุดเกิดเหตุ โดยอ้างว่าจะพามาเอาเงิน

ตำรวจสามารถตรวจยึดของกลางเป็น โทรศัพท์มือถือของผู้ตาย ได้จากตัวผู้ต้องหา ส่วนทรัพย์สินอื่น ๆ เช่น เงินสด นาฬิกา อยู่ระหว่างการขยายผลเพิ่มเติม และจากการตรวจสอบประวัติอาชญากร พบว่าผู้ต้องหา มีประวัติการกระทำความผิดมาแล้วหลายครั้ง โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งทางตำรวจจะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย

สำหรับคดีนี้ตำรวจได้รับความร่วมมือจากพลเมืองดี ในการช่วยชี้เบาะแส ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุ ได้ภายในเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง