เตือน แลนด์บริดจ์ เสี่ยงซ้ำรอย EEC แฉอีก ! นอมินีกว้านซื้อที่ดิน 500 ไร่

View icon 10
วันที่ 7 พ.ค. 2569 | 07.10 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - ประเด็นร้อนเรื่อง "แลนด์บริดจ์" ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ฝ่ายค้านกำลังตรวจสอบรัฐบาล โดยขณะนี้รัฐบาลกำลังอยู่ระหว่างกระบวนการศึกษาแง่มุมต่าง ๆ ของโครงการ ซึ่งจะนำผลการศึกษาเดิมมาอัปเดตใหม่ คาดว่าจะแล้วเสร็จใน 90 วัน ขณะที่ในการประชุม "ครม.เงา" เมื่อวาน (6 พ.ค.) พรรคประชาชน มองว่าโครงการนี้ยังมีความเสี่ยงว่าจะคุ้มเงินที่ลงทุนหรือไม่

เป็นบางช่วงของการประชุม "ครม.เงา" ของพรรคประชาชน มีการหยิบยกประเด็นที่รัฐบาลจะเดินหน้าโครงการ "แลนด์บริดจ์" ขึ้นมาพูดคุย

นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงข้อกังวล ทั้งเรื่องความคุ้มค่าทางการเงินที่อาจสร้างผลตอบแทนทางการเงินเพียง 4 % รวมถึงประเด็นที่รัฐบาลนำปัจจัยเรื่องภูมิรัฐศาสตร์โลกมาร่วมพิจารณา จึงควรพิจารณาอย่างรอบคอบ

ขณะที่ นางสาวภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อของพรรคฯ เปิดเผยว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องการจริง ๆ อาจเป็นนิคมอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้นภายใต้ พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ "พ.ร.บ.SEC"  ซึ่งบทเรียนก็มีให้เห็นมาแล้วในโครงการ "EEC"

นอกจากนี้ยังเสียดายที่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ไม่ได้ลงพื้นที่ภาคใต้ เพราะอยากให้ไปรับฟังปัญหาจริง ๆ จากในพื้นที่ และประเด็นสำคัญ "สส.ลิซ่า" บอกว่าในช่วง 2-3 เดือนก่อน มีการกว้านซื้อที่ดินในพื้นที่ดังกล่าวไปแล้ว 500 ไร่

ด้าน นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์นักข่าวว่า ผลการศึกษาล่าสุดในการทำโครงการแลนด์บริดจ์ อาจพูดถึงเพียงระบบราง แต่ไม่ได้พูดถึงระบบท่อขนส่งน้ำมันและก๊าซ ซึ่งเรื่องนี้จะช่วยลดระยะเวลาในการขนส่งอย่างมีนัยสำคัญ

ซึ่งเดิมทีไทยมีการขนส่งน้ำมันและก๊าซเฉพาะฝั่งตะวันออก แต่ถ้ามีโครงการฯ จะทำให้มีการส่งน้ำมันและก๊าซในฝั่งตะวันตกด้วย รวมถึงใช้งบฯ ลงทุนน้อยกว่า "คลองไทย" และมีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่ดีกว่า

ขณะที่ เมื่อวาน (6 พ.ค.) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ประกาศบนเวทีระดับภูมิภาคในงาน Asia Pacific Rail 2026 ตอนหนึ่งว่า การศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ เป็นเป้าหมายใหญ่ของไทยในการเป็นศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์ระดับโลก" จึงเดินหน้าศึกษาโครงการอีกครั้งในการเชื่อมท่าเรืออ่าวไทย และอันดามัน ด้วยระบบรางและทางหลวง เพื่อลดเวลาและต้นทุนการขนส่งสินค้า และยังมุ่งพัฒนาโครงข่ายรถไฟข้ามพรมแดน ไทย-มาเลเซีย และ ไทย-ลาว-จีน เพื่อดึงดูดการลงทุน และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ ร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง