14 คนจีน หนีการกวาดล้างแก๊งสแกมเมอร์ในฝั่งกัมพูชา ลอบข้ามแดนเข้ามาใน จ.จันทบุรี ไม่รอดพ้นการลาดตระเวนของกองทัพเรือ สะท้อนพื้นที่ชายแดนฝั่งกัมพูชาบางแห่ง ยังเป็นแหล่งเคลื่อนไหวของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ-กลุ่มจีนเทา
วันนี้ (7 พ.ค.69) พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ช่วงเช้ามืดของวันนี้ กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ฉก.นย.จันทบุรี) และกองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 543 ได้จัดกำลังลาดตระเวนเฝ้าตรวจพื้นที่ตามช่องทางธรรมชาติที่มีความล่อแหลมต่อการลักลอบข้ามแดนและการกระทำผิดกฎหมาย ตามที่ได้รับข้อมูลด้านการข่าวว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายกัมพูชาได้เข้าตรวจสอบเครือข่ายชาวจีนบริเวณตลาดผซาปรม ต.สตึงกัจ อ.ศาลากราว จ.ไพลิน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ ส่งผลให้มีกลุ่มชาวจีนพยายามหลบหนีการตรวจสอบและลักลอบข้ามแดนเข้ามายังประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ
ต่อมาเมื่อเวลา 05.00 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบบุคคลต้องสงสัยบริเวณถนนในสวนเกษตรริมชายแดนไทย–กัมพูชา พื้นที่บ้านมะรุม หมู่ 6 ต.คลองใหญ่ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบและควบคุมตัว บุคคลสัญชาติจีน 14 ราย เป็นเพศชายทั้งหมด และส่วนใหญ่ไม่มีเอกสารเดินทาง จากการซักถามเบื้องต้นพบว่า บางส่วนอาจมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายพนันออนไลน์และขบวนการ Cyber Scam ในพื้นที่ฝั่งกัมพูชา โดยทั้งหมดให้การว่าได้หลบหนีการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ฝ่ายกัมพูชา ก่อนลักลอบข้ามแดนเข้ามาในราชอาณาจักรไทยผ่านช่องทางธรรมชาติบริเวณริมคลองโป่งน้ำร้อน
เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.โป่งน้ำร้อน และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดจันทบุรี เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า พื้นที่ชายแดนฝั่งกัมพูชาบางแห่งยังคงเป็นแหล่งเคลื่อนไหวของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติและกลุ่มจีนเทา ซึ่งอาศัยพื้นที่ชายแดนเป็นฐานพักพิงและช่องทางหลบหนีการจับกุม กองทัพเรือจึงได้เพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวน เฝ้าตรวจ และบูรณาการด้านการข่าวร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นเส้นทางหลบหนีหรือพื้นที่สนับสนุนกิจกรรมผิดกฎหมายข้ามชาติ