สนามข่าว 7 สี - ตามต่อกับกรณี "หมิงเฉิน" ก็มีนักวิชาการมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วิเคราะห์กรณีนี้ไว้ว่า อาจเป็นสัญญาณอาชญากรรมข้ามชาติที่มีลูกผสมก่อการร้าย สวนทางตำรวจที่ยืนยันไม่ใช่ก่อการร้าย แค่ชอบสะสมปืน
อาจารย์ฐิติวุฒิ บุญยวงศ์วิวัชร นักวิชาการที่ศึกษาด้านอาชญากรรมข้ามชาติ ก่อการร้าย และโลนวูลฟ์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้สัมภาษณ์กับ คุณดารินทิพย์ ทีมข่าวอาชญากรรม ช่อง 7HD
โดยตั้งข้อสังเกตกรณีตำรวจไทยจับกุม นายหมิงเฉิน ซัน ชาวจีน พร้อมคลังแสงอาวุธสงครามได้โดยบังเอิญว่า เรื่องนี้มีข้อสังเกตน่าสนใจว่า ผู้ต้องหาอาจไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยอุดมการณ์ตามองค์ประกอบสำคัญของการก่อการร้ายในแบบดั้งเดิม แต่ลักษณะการเคลื่อนไหวและพฤติการณ์ กลับสะท้อนความเป็นเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ หรือ สามารถรับงานหรือปฏิบัติการบางอย่างตามผลประโยชน์ได้ ถ้าสมมติฐานนี้เป็นจริงก็น่ากังวลต่อโครงสร้างความมั่นคงของไทยทั้งระบบที่จะไม่ได้เผชิญภัยคุกคามรูปแบบเดิมอีกต่อไป
อาจารย์ฐิติวุฒิ ยังฝากหน่วยงานภาครัฐทั้งฝ่ายความมั่นคง และระบบตรวจคนเข้าเมือง ถึงเวลารื้อระบบครั้งใหญ่ รวมทั้งต้องปรับแนวคิดมองเรื่องภัยคุกคามทางเศรษฐกิจเป็นภัยรูปแบบใหม่นอกจากภัยความมั่นคงเท่านั้น ที่เอาผิดขั้นเด็ดขาดกับชาวต่างชาติที่ทำผิดในเรื่องนี้
สอดคล้องกับ พลตำรวจตรี กำธร อุ่ยเจริญ อดีตหัวหน้าชุดชุดปฏิบัติการเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด หรือ อีโอดี วิเคราะห์การพบถังบรรจุน้ำมัน 20 ลิตร และแบตเตอรี่รถยนต์ใหม่เอี่ยม 1 ก้อนภายในรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุ ว่าผู้ต้องหาอาจจะทำให้เกิดเปลวเพลิงไปจนถึงก่อเหตุคาร์บอมได้ เพราะ 1 ในวัตถุพยานสำคัญ ที่ยึดได้ยังพบรีโมตจุดชนวนไร้สาย
ซึ่งตลอดช่วง 10-15 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเคยพบชาวจีนพกพาวัตถุระเบิดเข้ามาก่อเหตุเพียงครั้งเดียว คือ บริเวณสี่แยกราชประสงค์ เมื่อปี 2558 นอกนั้นเป็นชาวตะวันตก ที่เข้ามาก่อเหตุ