ทักษิณ พักโทษ กลับบ้านจันทร์ส่องหล้า

View icon 18
วันที่ 11 พ.ค. 2569 | 11.01 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - เป็นไปตามกำหนดการ นายทักษิณ ได้รับการพักโทษ เดินออกจากประตูเรือนจำกลางคลองเปรม เมื่อช่วง 07.40 น. เช้าวันนี้ โดยมีครอบครัวไปรอต้อนรับอย่างอบอุ่น ก่อนจะไปรายงานตัวกับกรมคุมประพฤติ และเข้าบ้านจันทร์ส่องหล้า

"ทักษิณ" พักโทษ กลับบ้านจันทร์ส่องหล้า
ทันทีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ก้าวเท้าขวาพ้นขอบประตูเรือนจำ เมื่อเวลา 07.40 น. คนแรกที่เข้าไปสวมกอดกับ นายทักษิณ ก็คือ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ตามด้วย นางสาวพินทองทา คุณากรวงศ์, หลานชาย, นายพานทองแท้, สามีของลูกสาวทั้ง 2 คน รวมถึง นายศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือน้องไปป์ ลูกชายของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว ก่อนจะทักทาย และรับดอกไม้จากแกนนำคนสำคัญของพรรคเพื่อไทย และ สส.ที่มารอรับ ซึ่งมีทั้ง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน, นายภูมิธรรม เวชชยะชัย, นายสรวงศ์ เทียนทอง และคนอื่น ๆ รวมถึงกลุ่มมวลชนคนเสื้อแดง ที่ไปรอกันตั้งแต่เช้ามืด

หลังใช้เวลาทักทายมวลชนประมาณ 10 นาที นายทักษิณ ได้เดินไปที่หน้าเสาธง บริเวณวงเวียนหน้าเรือนจำฯ เพื่อเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติไทย ก่อนจะขึ้นรถยนต์ ทะเบียน พท 4444 กรุงเทพฯ ออกจากเรือนจำฯ ไปพร้อมกับ นางสาวแพทองธาร

โดยมีช่วงจังหวะหนึ่งที่เดินทางไปด้วยกัน นางสาวแพทองธาร ได้ถ่ายรูปเซลฟี่กับ นายทักษิณ ไปโพสต์ลงโซเชียลฯ พร้อมข้อความระบุว่า "Welcome back daddy" และใส่เพลง "โลกทั้งใบ" ของศิลปิน เล็ก รัชเมศฐ์ เป็นการสื่อความหมาย

ต่อมา นายทักษิณ ก็เดินทางไปถึงที่ สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 ตอนเวลา 08.39 น. ใช้เวลาทำธุระทางเอกสารประมาณ 10 นาที ก็เดินกลับลงมาขึ้นรถ ผู้สื่อข่าวก็ถามว่า "จำกันได้หรือไม่ ตอนที่นายทักษิณเข้าเรือนจำครั้งแรก ที่ได้วิ่งตามรถที่จะพาไปส่งหน้าประตูเรือนจำ" ไปฟังการเปิดปากครั้งแรกของนายทักษิณ ว่าตอบว่าอย่างไร

จากนั้น นายทักษิณ ก็เดินทางกลับเข้าบ้านจันทร์ส่องหล้าไปตอนประมาณ 09.00 น. โดยมีแวะทักทายมวลชนอีกรอบ พร้อมกับบอกว่า "8 เดือนเหมือนไปจำศีล" ก่อนที่รถจะเคลื่อนเข้าบ้านไป สำหรับเงื่อนไขการพักโทษของ นายทักษิณ นอกจากการรายงานตัวกับกรมคุมประพฤติ การกำหนดขอบเขตว่าต้องอยู่ที่ไหนอย่างไร

ก็ต้องสวมกำไล EM ด้วย โดย ผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรม ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่คุมประพฤติได้เข้ามาติดกำไล EM ที่ข้อเท้าข้างซ้ายให้แก่ นายทักษิณ ภายในเรือนจำกลางคลองเปรม ตั้งแต่ 07.00 น.ที่ผ่านมา ซึ่งตามกำหนดการ นายทักษิณ ยังต้องอยู่กับเงื่อนไขการพักโทษแบบนี้ ไปจนถึง 9 กันยายน ถึงจะครบกำหนด และได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระ 100 %

แต่ก็ยังไม่ถือว่าจบหมดจดทุกคดีเสียทีเดียว เพราะยังเหลือความผิดตามกฎหมาย มาตรา 112 ในชั้นศาล ที่ศาลชั้นต้น ยกฟ้องไปเมื่อวันที่ 22 สิงหาคมปีที่แล้ว ตอนนี้อยู่ระหว่างการอุทธรณ์คดี และอีก 2 คดี ในมือ ป.ป.ช. คือ คดีอนุมัติให้เอื้อประโยชน์สายการบินเอกชน และคดีศูนย์ปราบปรามแร่เถื่อน จังหวัดพังงา ซึ่งทั้ง 2 คดี ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการสรุปข้อเท็จจริง

"ทักษิณ" ยังต้องลุ้นต่อ คดี ม.112
แม้นายทักษิณจะถูกปล่อยตัวออกมาแล้ว แต่ยังมีคดีความที่ยังต้องลุ้นต่อ เช่น คดีมาตรา 112 กรณีให้สัมภาษณ์ที่เกาหลีใต้เมื่อปี 2558 แม้ก่อนหน้านี้ศาลอาญาจะเคยยกฟ้อง แต่สุดท้าย นายอิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุด ได้สั่งอุทธรณ์คดี เพราะมีความความเห็นว่า การกระทำของนายทักษิณเป็นความผิดตามฟ้อง

ป.ป.ช.แจงยังไต่สวน คดี 12 จนท.รัฐ เอื้อ "ทักษิณ"
ส่วนคดีชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ แม้นายทักษิณจะติดคุกไปแล้ว จากคำสั่งศาลฎีกาฯ แต่เรื่องยังไม่จบ เพราะยังมีคดีค้างที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งตั้งอนุกรรมการไต่สวนเอาผิด เจ้าหน้าที่รัฐ รวม 12 คน

ทีมข่าวสอบถาม นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยความคืบหน้าเพียงสั้น ๆ ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างไต่สวน และยังตอบไม่ได้ว่าต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไร

โดยเป็นกรณีที่มีการกล่าวหาให้ดำเนินคดีเพิ่มเติมกับข้าราชการที่ช่วยเหลือ นายทักษิณ และเครือข่าย คปท. ขอให้ ป.ป.ช. ดำเนินคดีเพิ่มเติมกับ นายทักษิณ ข้อหาเป็นตัวการ หรือผู้สนับสนุน ให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการช่วยเหลือตนเองไม่ให้ถูกบังคับโทษในเรือนจำตามคำพิพากษา

ซึ่งในคดีชั้น 14 หากซัดทอดถึงตัวนายทักษิณ ก็อาจทำให้ทักษิณเสี่ยงจะถูก ป.ป.ช.ไต่สวนในคดีชั้น 14 ตามมาได้ ซึ่งจะเป็นคนละส่วนกับคำสั่งศาลฎีกาฯ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง