ห้องข่าวภาคเที่ยง - ถึงเวลาของคอลัมน์หมายเลข 7 แล้ว วันนี้ยังคงติดตามกันต่อกับโครงการดินแลกน้ำ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี จำนวน 4 สัญญา ส่อดำเนินการไม่ถูกต้อง ซึ่งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เราพาไปตรวจสอบโครงการสัญญาแก้ หมู่ที่ 2, 3, 4 และ 5 ตำบลสะพานหิน ข้อพิรุธชัดเจน เพราะแม้แต่นายก อบต.สะพานหิน ยังบอกว่า ผู้รับจ้างเข้ามาทำสัญญาเพื่อหวังดูดทราย และโครงการฯ นี้ถูกระงับชั่วคราวแล้ว ไม่ต่างอะไรกับอีก 3 สัญญา ที่เหลือ ซึ่งในวันนี้ ทีมข่าวจะพาไปตรวจสอบ ติดตามได้จากคอลัมน์หมายเลข 7
หลังจากคอลัมน์หมายเลข 7 โดยคุณสมโภชน์ โตรักษา และทีมข่าว นำเสนอความผิดปกติในการดำเนินโครงการดินแลกน้ำ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี สัญญาแควหนุมาน หมู่ที่ 2, 3, 4 และ 5 ตำบลสะพานหิน ไปเมื่อคราวก่อน
ซึ่งภาพปรากฏในลักษณะเชื่อได้ว่า ผู้รับจ้างมุ่งดูดทราย มากกว่าขุดลอกตามแบบในสัญญาที่ระบุไว้
ประเด็นนี้ นายก อบต.สะพานหิน ผู้อำนวยการ สตง.จังหวัดปราจีนบุรี และชาวบ้าน ต่างยืนยันเป็นเสียงเดียว เพราะการขุดลอกไม่ถูกต้อง อาจเข้าข่ายดำเนินการไม่เป็นไปตามแบบ ล้ำเข้าไปในตลิ่งเป็นช่วง ๆ ทำให้ตลิ่งพัง ขวางทางน้ำ
ที่สำคัญ ปริมาณกรวด หิน ดิน ทราย ที่ผู้รับจ้าง นำไปจำหน่าย แลกเป็นค่าจ้าง ไม่มีหลักฐานการบันทึกข้อมูลที่เชื่อถือได้ว่านำไปปริมาณเท่าไรเเล้ว นั่นเท่ากับว่าโอกาสที่เงินแผ่นดินจะรั่วไหลมีสูง
วันนี้ คอลัมน์หมายเลข 7 ติดตามเรื่องนี้ต่อ พาไปตรวจสอบโครงการที่เหลือ จุดแรก คือ โครงการในแควหนุมาน หมู่ที่ 1 และ 9 ตำบลสะพานหิน
โครงการนี้ตามสัญญา ต้องขุดลอกกว้าง 26 เมตร ยาว 2,900 เมตร และลึก 5 เมตร ลาดเอียง 1 ต่อ 2 เมตร คิดเป็นปริมาณดินขุด 174,000 ลูกบาศก์เมตร
เริ่มสัญญาวันที่ 9 ธันวาคม 2568 และสิ้นสุดสัญญาวันที่ 10 ธันวาคม 2570
โครงการฯ หมู่ที่ 1 และ 9 เป็นอีกหนึ่งสัญญาที่ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี สั่งระงับดำเนินโครงการไว้ชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นคำสั่งฉบับเดียวกับที่สั่งระงับโครงการฯ หมู่ที่ 2, 3, 4 และ 5 จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
จากนั้น คอลัมน์หมายเลข 7 ไปตรวจสอบโครงการขุดดินแลกน้ำ คลองยาง ในตำบลสำพันตา ซึ่งจุดที่เราไป คือ หมู่ที่ 7 แต่ระหว่างทางที่ขับรถผ่าน พบท่าทรายแห่งหนึ่ง ชาวบ้านบอกว่าเป็นท่าที่รับทรายจากโครงการขุดดินแลกน้ำในแควหนุมาน
ทีมข่าวใช้เวลาไม่นาน ก็ไปถึงโครงการ หมู่ที่ 7 ชาวบ้านชี้ให้ดูแนวเขตคลองยาง เห็นชัดเจนว่าผู้รับจ้างโค่นต้นไม้ออกจากเเนวคลองเดิม ล้ำเข้ามาบนที่ดิน ซึ่งผู้ร้องเรียนอ้างว่ามีชาวบ้านเข้าทำประโยชน์
ขณะที่จุดสุดท้ายที่ไปตรวจสอบพร้อมกับ สตง.ประจำจังหวัดปราจีนบุรี คือ โครงการในคลองยาง ตำบลสำพันตา หมู่ที่ 6
โดยทั้งสองโครงการในคลองยาง ที่คอลัมน์หมายเลข 7 มาตรวจสอบ ต้องขุดลอกกว้าง 26 เมตร ยาว 3,600 เมตร ลึก 5 เมตร ลาดเอียง 1 ต่อ 2 เมตร คิดเป็นปริมาณดินขุด 216,000 ลูกบาศก์เมตร
สัญญาเริ่มวันที่ 2 กันยายน 2568 และสิ้นสุด วันที่ 31 สิงหาคม 2570
ทีมข่าวสำรวจพื้นที่โดยรอบ พบกองทรายขนาดสูง 2-3 กอง พร้อมอุปกรณ์เครื่องจักร และความเสียหายที่เกิดขึ้นกับคลองยาง
ชาวบ้านบอกว่า ผู้รับจ้างมาเช่าพื้นที่ในราคา 60,000 บาท ขณะที่คนงานไม่ได้เข้ามาดูดทราย ตั้งแต่สงกรานต์ที่ผ่านมา แต่ก่อนหน้านั้น ทำทุกวัน มีรถบรรทุกขนทรายเข้า-ออก
ที่สำคัญ ผู้รับจ้างส่อไม่ขุดลอกคูคลองตามแบบ และทำลายกอไผ่ที่ปลูกไว้จนหมด ทำให้ขาดรายได้เลี้ยงชีพ
ล่าสุด เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี มีหนังสือถึงนายอำเภอนาดี ให้มีคำสั่งระงับชั่วคราวโครงการขุดดินเเลกน้ำ คลองยาง ทั้งหมด 2 สัญญาแล้ว คือ พื้นที่หมู่ที่ 6, 7 และ 9 ตำบลสำพันตา และหมู่ที่ 1, 3 และ 4 ตำบลนาดี ตั้งเเต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 โดยผู้รับจ้างมีสิทธิอุทธรณ์ภายใน 15 วัน
วันพรุ่งนี้ มาติดตามกันต่อ คอลัมน์หมายเลข 7 จะนำข้อเท็จจริงที่ได้ ไปประชุมร่วมกัน 3 ฝ่าย สตง.ประจำจังหวัดปราจีนบุรี, ป.ป.ช.ประจำจังหวัดปราจีนบุรี และชมรมสตรอง จิตพอเพียง ต้านทุจริต ปราจีนบุรี และมาดูกันว่าสัญญาโครงการดินแลกน้ำ อาจถูกเขียนขึ้นมา เพื่ออำพราง เอื้อต่อการดูดทรายในเชิงธุรกิจหรือไม่ ตามที่คุณสมโภชน์ โตรักษา ตั้งข้อสังเกตไว้ก่อนหน้านี้