หมิงเฉิน ช็อกกลางเรือนจำ

View icon 10
วันที่ 12 พ.ค. 2569 | 06.09 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - "หมิงเฉิน" ผู้ต้องหาในคดี "คลังแสง" เกิดอาการวูบหมดสติ ระหว่างถูกคุมตัวเข้าเรือนจำพิเศษพัทยา

หมิงเฉิน ช็อกกลางเรือนจำ
ช่วงค่ำวานนี้ เจ้าหน้าที่ผู้คุมเรือนจำพิเศษพัทยา นำตัว "หมิงเฉิน" ผู้ต้องหาชาวจีน ส่งโรงพยาบาลปัทมคุณ เมืองพัทยา อย่างเร่งด่วน หลังเกิดอาการวูบหมดสติ ระหว่างที่กำลังจะคุมตัวเข้าระบบคัดกรองนักโทษ เบื้องต้น ได้ทำการปฐมพยาบาลแล้ว แต่ร่างกายไม่ตอบสนอง 

ทันทีที่ถึงโรงพยาบาล แพทย์ประเมินอาการแล้วอยู่ในขั้นวิกฤต เพราะมีอาการชักเกร็ง ต้องใส่ท่อเครื่องหายใจ ให้น้ำเกลือ และนำเข้าห้องไอซียู เฝ้าดูอาการ

จากการซักประวัติ ทราบจากเจ้าหน้าที่ผู้คุมเรือนจำฯ ว่า นับจากวันที่ถูกจับกุม รวมถึงเมื่อวานเป็นเวลา 4 วัน แล้ว แต่ "หมิงเฉิน" ไม่ยอมกินข้าว ดื่มแค่น้ำเปล่า และสูบบุหรี่จัด ช่วงเวลาที่ถูกคุมตัว หรือเบิกตัวไปสอบปากคำขยายผล จะแสดงอาการเครียดอยู่ตลอด

ขณะที่ มาตรการดูแลความเรียบร้อย ตำรวจ สภ.บางละมุง และเจ้าหน้าที่ผู้คุมเรือนจำฯ ร่วมกันสลับสับเปลี่ยนกันไปเฝ้า ไม่ต่ำกว่า 10 นาย ตลอด 24 ชั่วโมง และจนถึงขณะนี้ แพทย์ยังมีการประเมินอาการกันทุกระยะ จึงยังไม่มีการยืนยันว่า "เฉินหมิง" พ้นขีดอันตรายแล้วหรือไม่

สอบ 5 ผู้ต้องหา ให้การย้อนแย้ง จ.ชลบุรี
ในเรื่องคดีของ "หมิงเฉิน" ขณะนี้ ตำรวจขยายผลจนไปตามผู้เกี่ยวข้องได้แล้ว 5 คน ที่มีความเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงในลักษณะเป็นผู้จัดหาอาวุธปืนตามออร์เดอร์ แต่ละคนให้ปากคำที่ดู ๆ เหมือนจะขัดแย้งกันเอง โดยเฉพาะเรื่องเงิน

ประกอบไปด้วย 1. นายคเชนทร์ ครูฝึกสนามยิงปืนพัทยา 2. นายจำลอง เจ้าของบัญชีรับโอนเงิน 3. พันจ่าเอก เมธี กองพันสารวัตรทหารเรือที่ 2 กรมสารวัตรทหารเรือ 4. จ่าเอก วัชรินทร์ หรือ จ่าบอย กองการบินทหารเรือ 5. พันจ่าเอก ปฐมพล หรือ "จ่าแหบ" อดีตทหารเรือ ที่ลาออกไปเมือปี 2551

ทั้งนี้ แนวทางการสืบสวนของตำรวจ มีข้อมูลระดับหนึ่ง แต่ในการสอบสวนทั้ง 5 คน ปฏิเสธ และจะขอต่อสู้แสดงความบริสุทธิ์ในชั้นศาลฯ

ตามบันทึกคำให้การความสัมพันธ์ของทั้งหมดเริ่มจาก "หมิงเฉิน" รู้จักกับ "นายคเชนทร์" ที่สนามยิงปืนเมืองพัทยา และแสดงความต้องการอยากซื้ออาวุธปืน พร้อมกับส่งรูปให้ นายคเชนทร์ จึงเป็นคนกลางติดต่อ "พันจ่าเอก เมธี" และ "พันจ่าเอก ปฐมพล" ให้ทั้งผู้ซื้อและผู้จัดหาได้เจอกันภายในบ้านพัก ซอยเย็นฤดี อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

หลังการซื้อ-ขายสำเร็จ "หมิงเฉิน" โอนเงินเข้าบัญชี นายจำลอง 900,000 บาท และนายจำลอง โอนต่อให้กับ "พันจ่าเอก ปฐมพล" ไปทั้งหมด ก่อนที่แบ่งเงินให้นายจำลอง 500 บาท, "พันจ่าเอก เมธี" 9,000 บาท, "นายคเชนทร์" 20,000 บาท และโอนเงินค่าปืนให้ "จ่าเอก วัชรินทร์" อีก 170,000 บาท

จุดนี้เอง ที่ตำรวจบอกว่าคำให้การของทั้ง 5 คน ย้อนแย้งกันเอง เพราะ "หมิงเฉิน" จ่ายเงินไปรวม 910,000 บาท แต่พอนำยอดเงินตามคำให้การของแต่ละคนมารวมกัน ไม่ตรงกับยอดรวมที่ "หมิงเฉิน" จ่าย จึงมีคำถามต่อว่า แล้วเงินที่เหลือหายไปไหน

ทีมข่าวฯ นำข้อมูลนี้ ไปสอบถามกับตำรวจอีกครั้ง จึงทราบว่า แท้จริงแล้วการซื้อขายปืน มีการบวกกำไรเป็นทอด ๆ โดยราคาปืนต้นทาง คือ 150,000 บาท จากนั้น "พันจ่าเอก ปฐมพล" หรือ จ่าแหบ บวกเพิ่ม 30,000 บาท เป็น 180,000 บาท แล้วนายคเชนทร์ บวกเพิ่มอีก 20,000 บาท เป็น 200,00 บาท ทำให้ "หมิงเฉิน" ซื้อปืนไปในราคากระบอกละ 200,000 บาท

ส่งอาวุธ-เครื่องยุทธภัณฑ์ พิสูจน์แหล่งที่มา
สำหรับอาวุธปืนสั้นที่พบในรถเก๋งวันเกิดประสบอุบัติเหตุ ซึ่งสืบที่มาว่า เป็นของตำรวจ สน.สายไหม รวมถึงถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร, แบตเตอรี่รถยนต์ใหม่ และท่อสูบ ตลอดจนอาวุธสงคราม และเครื่องยุทธภัณฑ์อื่น ๆ ที่ค้นเจอในบ้านพัก ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ของ "หมิงเฉิน" นั้น

ตำรวจ สภ.นาจอมเทียน นำหลักฐานทุกรายการ ไปส่งมอบให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ภาค 2 ตรวจพิสูจน์แหล่งที่มา เส้นทางการลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อขยายผลหาความเชื่อมโยงกับเครือข่ายค้าอาวุธผิดกฎหมาย คาดว่า อาจต้องใช้ระยะเวลาการสืบหาแหล่งที่มาเป็นเดือน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง