พลิกวิกฤตปลาหมอคางดำ เปลี่ยนผู้รุกรานให้เป็นเงิน ปั้นขลิบสูตรเด็ด น้ำชีวภาพ น้ำปลาหับเผยแม่กลอง เตรียมขึ้นแท่นสินค้า OTOP สมุทรสงครามจ่อจัดประกวดเมนูอาหาร 16 ชนิด
วิกฤตการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม ได้ถูกกลุ่มสตรีอาสาพัฒนาบ้านบังปืน พลิกให้กลายเป็นโอกาสครั้งสำคัญ ด้วยการนำปลาหมอคางดำมาแปรรูปเป็นขนม "ปั้นขลิบ" หรือ "ปั้นสิบไส้ปลาหมอคางดำ" รสชาติกลมกล่อมที่กำลังกลายเป็นของดีชิ้นใหม่ของชุมชน
นางนันทา รอดสะใภ้ ประธานกลุ่มสตรีอาสาพัฒนาบ้านบังปืน หรือผู้ใหญ่ม่วย เปิดเผย หลังพบการระบาด ชาวบ้านร่วมประชุมเพื่อหาทางกำจัด โดยเริ่มจากการทำน้ำหมักชีวภาพ แต่เมื่อเห็นว่าปลาตัวใหญ่จึงลองนำมาทำเป็นปลาร้า ปลาแดดเดียว ปลาส้ม และน้ำพริกปลาส้มจนขึ้นชื่อ ล่าสุด ประมงจังหวัด ได้ส่งผู้เชี่ยวชาญมาสอนทำขนมปั้นขลิบ เพื่อสร้างงานสร้างอาชีพให้คนตกงานในหมู่บ้าน
“เคล็ดลับการดับคาวเนื้อปลา 3 ขั้นตอน เริ่มจากการล้างด้วยน้ำส้มสายชูหรือเกลือ ขูดคราบดำในท้องออกให้หมด จากนั้นนำไปนึ่งกับข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และขั้นตอนสุดท้าย ผัดเนื้อปลากับหอมแดงสับจนหอมนัว ปรุงรสด้วย พริกไทย หัวไชโป้วสับ ถั่วป่น ดอกเกลือ และน้ำตาลมะพร้าวแท้ ของดีเมืองแม่กลอง จนได้ไส้ขนมที่รสชาติกลมกล่อม”
ผู้ใหญ่ม่วย ยืนยันว่า ปลาหมอคางดำ กินได้และมีประโยชน์ คนในหมู่บ้านกินกันมาเป็นตันแล้ว ยังมีสุขภาพแข็งแรงดี ผู้สนใจสามารถสั่งซื้อได้ที่เบอร์โทร 081-986-4544 และกลุ่มบ้านบังปืนยังมีแผนต่อยอดนำปลาไปทำปุ๋ยชีวภาพเพื่อลดต้นทุนให้เกษตรกรอีกด้วย
นายวิรัตน สนิทมัจโร ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม ระบุว่าปัจจุบันสถานการณ์ระบาดเริ่มคลี่คลาย ปริมาณปลาต่ำกว่า 10 ตัวต่อ 100 ตารางเมตรในหลายพื้นที่ ส่วนจุดที่ยังหนาแน่นอย่างคลองลาดใหญ่ ก็ได้เร่งใช้มาตรการ "ลงแขกลงคลอง" รวมถึงเรือนจำกลางสมุทรสงคราม ได้นำปลาไปผลิตเป็น "น้ำปลาหับเผย แม่กลอง" จนเตรียมขึ้นแท่นสินค้า OTOP
นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัด ยังมีแนวคิดปรับภาพลักษณ์ใหม่โดยให้เรียกว่า "น้องปลาหมอน้ำกร่อย" พร้อมจัดประกวดเมนูอาหารกว่า 16 ชนิด เพื่อยกระดับสมุทรสงครามสู่เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารและสร้างความเข้าใจให้ประชาชนช่วยกันจับขึ้นมาใช้ประโยชน์ ซึ่งโมเดลของบ้านบังปืนนี้ถือเป็นต้นแบบความสำเร็จที่เปลี่ยนจากวิกฤตผู้รุกรานให้กลายเป็นเงิน