กกต. เตือนเช็กก่อนลงสมัครเลือกตั้ง “กทม.-พัทยา” รู้ตัวไร้คุณสมบัติ เสี่ยงติดคุก - เพิกถอนสิทธิ

กกต. เตือนเช็กก่อนลงสมัครเลือกตั้ง “กทม.-พัทยา” รู้ตัวไร้คุณสมบัติ เสี่ยงติดคุก - เพิกถอนสิทธิ

View icon 21
วันที่ 15 พ.ค. 2569 | 17.49 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
เช็กก่อนลงสมัคร กกต. เตือนรู้ตัวไร้คุณสมบัติ แต่ลงสมัครเลือกตั้ง “กทม.-พัทยา” เสี่ยงคุก 1-10 ปี เพิกถอนสิทธิ 10 ปี ส่วนการนับคะแนนเข้มทุกขั้นตอน ป้องกันข้อครหาโกงเลือกตั้ง

วันนี้ (15 พ.ค.69) ว่าที่ร้อยตรีภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง  บรรยายในหัวข้อขั้นตอนและกระบวนการเลือกตั้งกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา ว่า วันที่ 21 พ.ค.69 จะถือว่าเป็นวันทำงานสุดท้ายของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร นายกเมืองพัทยาและสมาชิกสภาเมืองพัทยา โดยกรณีของเมืองพัทยา ปลัดเมืองพัทยาจะทำหน้าที่รักษาการแทนนายกเมืองพัทยา แต่ กทม.จะไม่เหมือนกันบริหารราชการระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร 2528 กำหนดให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่อยู่ครบวาระปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ถ้านายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้ว่าฯ กทม.ไม่ลาออก ก็จะมีลักษณะต้องห้ามตาม (13) ของพ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ทำให้ลงสมัครไม่ได้  ดังนั้น หากนายชัชชาติ จะลงสมัครจะต้องลาออกก่อนครบวาระ ซึ่ง กกต.ได้มีมติเห็นชอบให้มีการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.69  

วันดังกล่าวถือเป็นวันที่ 38 ของกรอบระยะเวลา 45 วัน เหตุที่ กกต.กำหนดเช่นนั้น เนื่องจากกำหนดเป็นวันอาทิตย์ที่ 5 ก.ค.2569 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของกรอบระยะเวลา 45 วัน หากมีเหตุที่ทำให้การจัดการเลือกตั้งไม่แล้วเสร็จจะเกิดปัญหาถูกร้องให้มีการตีความ และหากขยับให้ลงคะแนนเลือกตั้งในวันเสาร์แทน เหมือนกันเลือกตั้ง อบจ.ที่ผ่านมาก็อาจถูกโจมตี เพราะบริบทของเมืองพัทยาและกรุงเทพมหานครแตกต่างจาก อบจ. เนื่องจากเป็นชุมชนเมืองที่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งยังคงทำงานในวันเสาร์  กกต.จึงถอยทุกวันเข้ามา 1 สัปดาห์ เป็นวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.69 และมั่นใจว่าจะไม่ทำให้ผู้สมัครมีระยะเวลาการหาเสียงที่น้อยลง  เพราะ กกต. ประกาศไทม์ไลน์กำหนดวันเลือกตั้งมาก่อนหน้านี้นานแล้ว

ส่วนที่กำหนดรับสมัครในวันที่ 28 พ.ค.-1 มิ.ย.69 เป็นช่วงกลางสัปดาห์ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องการจัดเตรียมเอกสารของผู้สมัครที่จะต้องขอจากหน่วยงานราชการ รวมถึงเจ้าหน้าที่ก็จะได้มีความพร้อมด้วย ทั้งนี้ การเลือกตั้งของกรุงเทพมหานครจะมีหน่วยเลือกตั้งประมาณ 6,000 กว่าหน่วย ส่วนพัทยา 100 กว่าหน่วย โดยทั้ง 2 แห่งเป็นรูปแบบพิเศษ ปกติการจัดการเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของท้องถิ่น แต่ครั้งนี้เลขาธิการ กกต.มีนโยบายให้ดูแลการเลือกตั้งทั้ง 2 แห่งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย    ส่วนกลางจึงได้เข้ามาช่วยดูแลในการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น

รองเลขาธิการ กกต. ยังเน้นย้ำให้ผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา ตรวจสอบคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามในการลงสมัคร รวม 20 ลักษณะ รวมถึงการจัดเตรียมหลักฐานที่จะยื่นสมัคร โดยเฉพาะหลักฐานการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาติดต่อกัน 3 ปี ถึงปีที่สมัครรับเลือกตั้ง คือ ผู้สมัครจะต้องเสียภาษีของปี 2568 2567 และ 2566 หากไม่ได้เป็นผู้ที่ต้องเสียภาษีก็ต้องมีหนังสือรับรองจากหน่วยงานมาประกอบการยื่นสมัคร หรือลักษณะต้องห้ามในบางอนุมาตรา เช่น ไม่เป็นผู้วิกลจริตติดยาเสพติด โดยสามารถใช้ใบรับรองแพทย์ยืนยันได้

ส่วนในเรื่องการถือหุ้นสื่อ กกต.จะยึดตามแนวคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญในคดีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ถูกร้องว่าถือหุ้นในบริษัท ไอทีวี จำกัด โดยจะดูว่าในปีที่สมัครนั้น บริษัทสื่อดังกล่าวมีรายได้จากการทำสื่อหรือไม่ หรือลักษณะต้องห้ามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา เช่น ลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ รับของโจร ฉ้อโกง หากต้องคดีเหล่านี้ก็จะไม่สามารถเล่นการเมืองได้ตลอดชีวิต เช่นเดียวกับการต้องคำพิพากษาว่าเป็นผู้ผลิต ผู้ค้ายาเสพติด    ยกเว้นหากเป็นพืชกัญชาจะไม่เข้าลักษณะต้องห้าม รวมไปถึงการเป็นผู้อยู่ระหว่างการจำกัดสิทธิ 2 ปี เนื่องจากไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งสามารถตรวจสอบประเด็นนี้ได้ทางเว็บไซต์ของกรมการปกครอง ทั้งนี้  หากผู้ที่รู้ตัวเองว่าไม่มีสิทธิ์ลงสมัคร แต่ยังคงลงสมัคร กฎหมายได้กำหนดโทษไว้รุนแรงว่าต้องระวังโทษ 1-10 ปี ปรับไม่เกิน 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจถูกศาลสั่งเพิกถอนสิทธิ 10 ปี

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร ยังกล่าวอีกว่า ในการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา จะมีความแตกต่างจากการเลือกตั้ง สส. โดยหลังการรับสมัครแล้ว ปลัดกรุงเทพมหานคร และปลัดเมืองพัทยา จะต้องใช้เวลาตรวจสอบคุณสมบัติ 7 วัน โดยส่งข้อมูลไปยังหน่วยงานต่างๆ ในระหว่างนี้ผู้สมัครจะไม่สามารถถอนตัวได้ แม้ว่าผู้สมัครคนนั้นจะขาดคุณสมบัติในเวลาต่อมา หรือเสียชีวิต   ก็จะไม่สามารถเปลี่ยนตัวผู้สมัครได้ รวมถึงหากรับสมัครไปแล้วจนถึงวันเลือกตั้ง หากผู้สมัครไปบวชถือว่าขาดคุณสมบัติทันที

ส่วนหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยในการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่ละหน่วยจะมี กปน.ทั้งหมด 9 คน ไม่มีกรรมการประจำหน่วยสำรองเหมือนการเลือกตั้ง สส. หากคนไม่ครบ ปลัดจะต้องรีบแต่งตั้งคนทันที สิ่งสำคัญคือ กกต.เน้นย้ำว่าจะต้องอำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการและผู้สูงอายุเป็นพิเศษ ทั้งนี้ ผู้พิการที่ไม่สามารถลงคะแนนได้สามารถให้บุคคลอื่นเข้าใช้สิทธิ์ตามเจตนารมณ์ของตนเองได้ ส่วนบัตรเลือกตั้งขณะนี้ยังตอบไม่ได้ว่าจะใช้สีอะไร สำหรับการนับคะแนน กปน.จะมีการแบ่งทีมนับคะแนน  ผู้ว่าราชการ กทม. หรือนายกเมืองพัทยา และทีมนับคะแนนสมาชิกสภากรุงเทพและสมาชิกสภาเมืองพัทยา ซึ่งทั้งสองส่วนจะนับพร้อมกัน ในขณะการรวมคะแนน หากมีการรวมคะแนนผิดสามารถแก้ให้ถูกต้องแล้วเซ็นชื่อกำกับ พร้อมกับพยานบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์

ทั้งนี้ หากบัตรที่แจกกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ตรงกัน แต่ไม่ตรงกับตัวเลขในกระดาน จะไม่สามารถสั่งให้นับคะแนนใหม่ได้ ผู้ที่จะมีอำนาจในการสั่งนับคะแนนใหม่คือ กกต.ทั้ง 7 คน ดังนั้น การตรวจสอบความผิดพลาด จึงจะต้องดำเนินการตรวจสอบบัตรที่อยู่ในตะกร้า กรณีแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าโกง เพราะมีกระบวนการในการตรวจสอบความถูกต้อง