ผู้นำไต้หวัน เผย ไต้หวันจะไม่ประกาศเอกราช แต่ยืนยันในความเป็นอิสระซึ่งจีนจะอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนไต้หวันไม่ได้ ขณะที่ท่าทีของ “โดนัล ทรัมป์” เรื่องไต้หวันเริ่มเปลี่ยนไปหลังเดินทางเยือนจีน
วันนี้ (17 พ.ค. 69) จากกรณีที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวหลังเสร็จสิ้นการเดินทางเยือนจีน เป็นเวลา 2 วัน โดยระบุว่า “ตนไม่ได้ต้องการให้ใครแยกตัวเป็นอิสระ” ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณเตือนไต้หวันว่าอย่าประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการจากจีน ตามที่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ยืนกรานว่า ไต้หวันเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของจีน ตามนโยบายจีนเดียว รวมทั้งยังไม่ได้ให้คำมั่นสัญญาว่า จะขายอาวุธมูลค่า 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้กับไต้หวันตามที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้หรือไม่นั้น
โดยหลายฝ่ายมองว่า ท่าทีที่เปลี่ยนไปของสหรัฐฯ และ “โดนัล ทรัมป์” ดูระมัดระวังมากขึ้น เพราะต้องชั่งน้ำหนักระหว่างการสนับสนุนไต้หวัน กับการรักษาความสัมพันธ์กับจีน ซึ่งเป็นคู่แข่งรายใหญ่ของสหรัฐฯ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า และความมั่นคง
ด้านกระทรวงการต่างประเทศไต้หวันออกแถลงการณ์ระบุว่า การที่สหรัฐฯ ขายอาวุธให้ไต้หวัน นอกจากเป็นเป็นพันธกรณีด้านความมั่นคง ที่ระบุไว้อย่างชัดเจนในกฎหมายว่าด้วยความสัมพันธ์ไต้หวันแล้ว ยังเป็นเครื่องมือยับยั้งร่วมกันต่อภัยคุกคามในภูมิภาคด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดี ไล่ ชิงเต๋อ แห่งไต้หวัน ระบุว่า “ไต้หวันจะไม่ประกาศเอกราช แต่โดยพฤตินัยก็เป็นอิสระไม่ขึ้นกับใคร”
ขณะที่ “คาเรน กั๊วะ” โฆษกของประธานาธิบดี ไล่ ชิงเต๋อ แห่งไต้หวัน แถลงว่า สหรัฐฯ ยืนยันมาตลอดว่าจะไม่เปลี่ยนนโยบายเรื่องไต้หวัน ไต้หวันยืนยันความเป็นอิสระซึ่งจีนจะอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนไต้หวันไม่ได้ และขอขอบคุณประธานาธิบดี โดนัล ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ที่ให้การสนับสนุนไต้หวันมาอย่างยาวนาน