คนขับรถเมล์บาดเจ็บสาหัส อยู่ระหว่างรักษาตัว ยังไม่สามารถให้การได้

คนขับรถเมล์บาดเจ็บสาหัส อยู่ระหว่างรักษาตัว ยังไม่สามารถให้การได้

View icon 24
วันที่ 17 พ.ค. 2569 | 17.29 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาคนขับรถไฟ เร่งสอบพยาน-ผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาความผิดเพิ่มเติม ส่วนคนขับรถเมล์ บาดเจ็บสาหัส ยังอยู่ระหว่างรักษาตัว ไม่สามารถให้การได้

วันนี้ ( 17 พ.ค. 69 ) พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. เผยถึงความคืบหน้า การสอบสวนอุบัติเหตุรถไฟพุ่งชนรถเมล์ จนมีผู้เสียชีวิต 8 คน และบาดเจ็บกว่า 30 คน ว่า ภายหลังได้รับข้อสั่งการจาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุเมื่อวานนี้ ได้กำชับให้การทำสำนวนสอบสวน อย่างรัดกุมและรอบคอบที่สุด

ซึ่งวันนี้ได้เรียกประชุม ทีมพนักงานสืบสวนสอบสวน ร่วมกับ พล.ต.ต.สมควร พึ่งทรัพย์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เร่งรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด พยานบุคคล รวมถึงหลักฐานทางเทคนิคต่าง ๆ เพื่อพิสูจน์ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากความประมาทของผู้ใดบ้าง และผู้ที่เกี่ยวข้องได้ปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยครบถ้วนหรือไม่

พล.ต.ท.สยาม ระบุว่า ประเด็นสำคัญ อยู่ที่การตรวจสอบการทำหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำป้อม คนขับรถไฟ หรือผู้ขับรถเมล์ ว่าได้ปฏิบัติตามขั้นตอน มาตรฐาน หรือมีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ โดยเฉพาะจุดตัดทางรถไฟแห่งนี้ ซึ่งที่ผ่านมา แม้จะมีปัญหาการจราจรติดขัด และมีรถกีดขวางเป็นประจำ แต่ยังไม่เคยเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงลักษณะนี้

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา คนขับรถไฟแล้ว ส่วนคนขับรถเมล์ยังอยู่ระหว่างรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บสาหัส และยังไม่สามารถให้การได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ประจำป้อมยาม อยู่ระหว่างสอบสวนเพิ่มเติม รวมถึงตรวจสอบว่ามีการปฏิบัติตามหน้าที่ครบถ้วนหรือไม่ หากพบข้อบกพร่อง ก็จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป

จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า เจ้าหน้าที่ประจำป้อม มีการโบกธงแดงเพื่อเตือนว่าทางยังไม่ปลอดภัย แต่รถไฟไม่ได้หยุด หรือชะลอความเร็ว จนพุ่งชนรถเมล์ที่จอดขวางรางรถไฟ ก่อนเฉี่ยวชนรถคันอื่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า ขณะนี้ยังต้องรอผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบข้อมูลจากกล่องบันทึกการเดินรถ และความเร็วของขบวนรถไฟอย่างละเอียด รวมถึงตรวจสอบมาตรฐานการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำจุดตัดทางรถไฟ ว่าการโบกธงแดงต้องกระทำในระยะเท่าใด รถไฟต้องใช้ระยะเบรกเท่าใด และความเร็วในจุดดังกล่าวเหมาะสมหรือไม่ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาว่าใครมีส่วนบกพร่องหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

พล.ต.ท.สยาม ยังกล่าวถึงปัญหาการจราจรบริเวณจุดเกิดเหตุว่า ตำรวจจราจรมีการประสานงานดูแลพื้นที่ดังกล่าวอยู่แล้ว หลังจากนี้จะต้องหารือ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการรถไฟแห่งประเทศไทย และกรุงเทพมหานคร เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันอุบัติเหตุเพิ่มเติม ทั้งเรื่องสัญญาณไฟ การจัดการจราจร และมาตรการด้านความปลอดภัยบริเวณทางตัดรถไฟ

พร้อมกันนี้ ยังฝากถึงประชาชนให้เคารพกฎจราจร โดยเฉพาะการไม่จอดรถกีดขวางทางร่วมทางแยกและจุดตัดทางรถไฟ เพราะกฎจราจรถูกกำหนดขึ้นเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน ไม่ใช่เพียงเพื่อการบังคับใช้กฎหมายเท่านั้น โดยยอมรับว่ากรุงเทพมหานครมีจุดเสี่ยงจำนวนมาก การดูแลทั้งหมดด้วยกำลังเจ้าหน้าที่เพียงอย่างเดียวเป็นไปได้ยาก จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและจิตสำนึกของประชาชนร่วมด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง