บีบหัวใจ ! แม่บุญธรรมของ “น้องโรส” ผู้สูญหายจากเหตุรถไฟชนรถเมล์ เดินทางจากอุบลรราชธานี เพื่อตามหาลูกสาว หวังมีปาฏิหาริย์ ! ได้รับสัญญาณเตือนจากสมาร์ตวอตช์หลังเกิดเหตุ ยอมรับบีบหัวใจ ไม่อยากให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำอีก
วันนี้ ( 17 พ.ค. 69 ) นางวิภาดา จันทำ อายุ 59 ปี มารดาของน้องโรส ซึ่งใน ผู้สูญหาย จากเหตุโศกนาฏกรรมรถไฟชนรถเมล์ เดินทางมาที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาล เพื่อเข้าสอบถามข้อมูลผู้เสียชีวิต พร้อมเปิดเผยว่า น้องโรส เป็นบุตรบุญธรรม ที่เอามาเลี้ยงเป็นลูกสาวคนเล็ก เพราะมีลูกชายสองคน ซึ่งขณะเกิดเหตุมีการแจ้งเตือนจากสมาร์ตวอตช์ มาที่เอสเอ็เอสของตนเอง เมื่อวานช่วง 16.00 น. ขณะนั้นตนเองอยู่จังหวัดอุบลราชธานี จึงพยามติดต่อ แต่ติดต่อยังไม่ได้ แต่เมื่อติดต่อเรื่อย ๆ มีเจ้าหน้าที่กู้ภัยรับสาย แล้วถามว่า เป็นอะไรกับโทรศัพท์เครื่องนี้ จึงตอบไปว่า เป็นแม่ กู้ภัยจึงแจ้งต่อว่า น้องได้รับอุบัติเหตุ จึงถามกลับไปว่า อุบัติเหตุอะไร เพราะปกติเวลาน้องจะออกไปทำงานก็ขึ้นไฟฟ้า หรือ นั่งรถจักรยานยนต์ แต่วันเกิดเหตุไม่รู้ว่าน้องนั่งรถเมล์หรือไม่ แต่ก็ทราบ ว่า น้องนั่งรถเมล์ เนื่องจากได้ลงสตอรี่ใน Instagram ส่วนตัว
นางวิภาดา กล่าวต่อทั้งน้ำตา ว่า เป็นนาทีที่บีบหัวใจ เพราะเมื่อได้ยินว่ามีอุบัติเหตุ ทำอะไรไม่ถูก นั่งไม่ติด พยายามเสิร์ตหาข้อมูล ว่า มีการส่งคนเจ็บไปที่โรงพยาบาลใดบ้าง ก่อนจึงตัดสินใจเดินทางจากอุบลราชธานีมาที่กรุงเทพ และพยามหาข้อมูล ขอให้มีปาฏิหาริย์ ว่า มีชื่อลูกรักษาตัวอยู่ที่ตามโรงพยาบาล ขออย่ามีอะไรตามที่คิดเลย แต่มาที่นี่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยแจ้งว่า 3 ศพสุดท้ายที่นำมาที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ มีคนตัวเล็ก ผอมอยู่ ซึ่งเหมือนเอกลักษณ์ของลูกสาว แต่ก็ยังไม่มั่นใจ ว่า ใช่จริงหรือไม่ เพราะต้องตรวจสอบ
นางวิภาดา ยังระบุว่า ตนเองรักลูกสาวคนนี้มาก เพราะเลี้ยงมากับมือ พ่อน้องเพิ่งเสียไปเมื่อ 3 ปี ตอนนี้แม่จะมาเสียน้องไปอีก ก็ขอให้มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น พร้อมยกมือภาวนา “ขอให้คุณพระคุณเจ้าคุ้มครอง” ก่อนกล่าวต่อว่า น้องความฝัน อยากเก็บเงินให้เยอะ และอยากกลับไปอยู่บ้าน เลี้ยงแม่ พร้อมยอมรับว่า ในขณะที่ทำงานในกรุงเทพมหานคร ก็ห่วงเรื่องการทำงาน แต่ที่ผ่านมาน้องเคยเข้ารับการศึกษาที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จบได้เกียรตินิยมอันดับ 2 แต่ส่วนตัวไม่เคยกังวล ว่า จะเกิดอุบัติเหตุอยู่ในหัวเลย เพราะน้องระวังตัวมาก และหากน้องโรสนั่งอยู่ในรถเมล์คันนั้นจริง ภาพที่ปรากฏมันค่อนข้างโหดร้าย เพราะดูจากคลิปจากลูกชาย ก็ทำอะไรไม่ถูก สั่นไปหมด แต่ก็ขอภาวนาให้น้องอย่าอยู่ในรถคัน นั้นตามที่น้องลงสตอรี่
ส่วนเกิดจากความประมาทของใครคนหนึ่งหรือไม่ นางวิภาดา ยอมรับว่า หากดูจากภาพก็เป็นความประมาท เพราะแยกนี้เกิดขึ้นบ่อย ไม่มีความระมัดระวังกันเลย จึงขอให้ครัง้นี้เป็นครั้งสุดท้าย อย่าให้เกิดอุบัติเหตุ โศกนาฏกรรมแบบนี้อีกเลย