เช้านี้ที่หมอชิต - พฤติการณ์ของผู้ใช้รถใช้ถนนบ้านเรา บวกกับสภาพการจราจร บอกเลยว่า ปรับยาก แม้จะผ่านเหตุโศกนาฏกรรมมาได้ไม่กี่วัน แต่เท่าที่ทีมข่าวไปสังเกต แทบไม่มีอะไรเปลี่ยนเลย
จุดเกิดเหตุโศกนาฏกรรม รถไฟชนรถเมล์ เปิดการจราจรตามปกติ ทีมข่าว 7HD ลงพื้นที่ไปสังเกตการณ์ตั้งแต่ช่วงเช้าวานนี้ พบว่ามีประชาชนนำดอกไม้สีขาว และพวงมาลัยมาวาง แสดงความไว้อาลัยให้ผู้เสียชีวิตที่ริมทางรางรถไฟ
ส่วนการใช้รถใช้ถนน ยังคงมีปริมาณรถหนาแน่นเหมือนทุกวัน จะแตกต่างตรงที่พอเจ้าหน้าที่สถานี กดอาณัติสัญญาณให้ไม้กั้นรถไฟเลื่อนลง รถยนต์และรถจักรยานยนต์ทุกคัน ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี จอดห่างจากเส้นเหลือง ในระยะ 5 เมตรเป๊ะ ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่มีคันไหนกล้าฝ่าฝืนกฎจราจร เคลื่อนรถจอดคร่อมเส้นเหลืองแม้แต่คันเดียว
พาคุณผู้ชมไปดูคลิปวิดีโอจาก คุณนันทวุฒิ ทวีโชติ หรือ คุณเอี้ยง ที่อนุญาตให้เรานำคลิปวิดีโอมาถ่ายทอดต่อ
คุณเอี้ยง ไปรอถ่ายคลิป บริเวณจุดตัดรถไฟอโศก ตั้งแต่ 06.00 น. ยืนยาว 7 ชั่วโมง เฝ้าตั้งแต่รถไฟขบวนแรกของวัน เช้า ๆ เป๊ะทุกจุด จอดห่างเส้นเหลืองทุกคัน
คุณเอี้ยง บอกว่า "ที่เขามายืนถ่ายคลิป เพราะผมโกรธครับ...ผมเป็นประชาชนธรรมดาคนนึง ที่ต้องใช้รถเมล์ไปนู่นนี่ตลอด 20 กว่าปีครับ และผมไม่อยากตายโง่ ๆ เพราะความประมาทของใครสักคน โดยเฉพาะคนขับรถเมล์ ที่คุณมีหน้าที่รับผิดชอบชีวิตผู้โดยสาร ที่ขึ้นมาใช้บริการบนรถของคุณครับ...ผมแค่อยากมาถ่ายทอดว่า สังคมเรียนรู้อะไรบ้าง หลังจากเกิดเหตุ ถ้าวิดิโอที่ผมถ่ายครั้งนี้ มันเปลี่ยนแปลงใครสักคนอะไรได้บ้าง ผมก็พอใจแล้วครับ"
แต่พอสายหน่อย คราวนี้ไปดูการจราจรตรงจุดเดิม รถเริ่มขยับใกล้เข้าใกล้เส้นเหลือง พอใกล้ ๆ เที่ยง เหมือนลืมทุกอย่างไปหมดแล้ว รถเมล์สีฟ้าจอดคร่อมทางรถไฟเลยทีเดียว "เช้า ๆ ไม่ สาย ๆ คร่อม" และเป็นแบบนี้ 2 คัน สีฟ้าเหมือนกันด้วย รถเมล์ ขสมก.ปรับอากาศ สาย 514
โดยทีมข่าวของเราได้สอบถามผู้คนแถวนั้น หลายคนก็บ่นปัญหาซ้ำซาก เพราะขาดวินัยจราจร หวังว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะทำให้หลายคนเกิดสำนึกในวินัยจราจรมากขึ้น แต่ก็ไม่รู้ว่าจะปฏิบัติตามกฎระเบียบแบบนี้ได้กี่ชั่วโมง กี่วัน
หลายคนมองว่า นี่เป็นพฤติการณ์ "ขอไปก่อน" ซึ่งเป็นความเคยชินของผู้ขับขี่ในเขตเมือง หลัก ๆ เลย คือ ความใจร้อน และประเมินสถานการณ์ผิดพลาด ความประมาทของผู้ขับขี่มักคิดว่า "ข้ามไปนิดเดียว น่าจะพ้น" แต่เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน เช่น รถติดสะดุด หรือเครื่องยนต์ดับกลางราง อันตรายจะเกิดทันที เพราะรถไฟเบรกไม่ทัน
"ความเคยชิน" ที่ผู้คนส่วนใหญ่มีความชินชากับจุดตัดที่ผ่านทุกวัน ทำให้ละเลยการสังเกตป้ายเตือน ไฟสัญญาณ หรือการหยุดมองซ้ายขวาตามมาตรฐานการขับขี่ที่ถูกต้อง และนำมาสู่การเกิดโศกนาฏกรรมในครั้งนี้