เร่งกู้ภาพกล้อวงวงจรปิดย้อนหลัง ย้อนดูพฤติกรรมคนขับรถไฟ-คนคุมไม้กั้น

เร่งกู้ภาพกล้อวงวงจรปิดย้อนหลัง ย้อนดูพฤติกรรมคนขับรถไฟ-คนคุมไม้กั้น

วันที่ 19 พ.ค. 2569 | 11.21 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ตร.เร่งกู้ภาพกล้อวงวงจรปิดย้อนหลัง 2 วัน ย้อนดูพฤติกรรมคนขับรถไฟ-คนคุมไม้กั้น ในทุกทางแยก รอผลตรวจสารเสพติดช่างเครื่อง ตรวจยืนยันข้อมูลก่อนปฏิบัติหน้าที่คนขับรถไฟลืมวิทยุสื่อสารหรือไม่ 

ความคืบหน้าคดีรถไฟชนรถเมล์ วันนี้ (19 พ.ค.69) ภายหลังการประชุมชุดสืบสวนสอบสวน นานกว่า 2 ชั่วโมง พ.ต.อ. กัมพล รัตนประทีป รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 เปิดเผยว่า วันนี้จะสอบปากคำผู้บาดเจ็บที่ออกจากโรงพยาบาลแล้วเพิ่มเติม หลังจากวานนี้สอบไปแล้ว 2 คน คงเหลือ 12 คน  โดยจะสอบปากคำเพิ่มอีก 9 คน ซึ่งเป็นคนไทยทั้งหมด ส่วนอีก 3 คน ที่เป็นชาวต่างชาติจะติดตามตัวมาสอบสวนให้ครบถ้วน

สำหรับผู้บาดเจ็บที่ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล จะประสานให้เข้าสอบปากคำต่อไป ล่าสุดแพทย์นิติเวชและผู้กำกับ สน.มักกะสัน ได้ยืนยันผลพิสูจน์ทราบตัวบุคคลของผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 3 คน รวมเป็น 7 คนแล้ว นอกจากนี้ พนักงานรักษารถของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) อีก 1 คน จะเดินทางมาให้การเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่

ผู้สื่อข่าวถามถึงกล้องวงจรปิดที่มีกระแสข่าวว่าไม่เห็นผู้ขับขี่หรือช่างเครื่องบนรถไฟนั้น พ.ต.อ. กัมพล กล่าวว่า ตำรวจยังไม่ยืนยันข้อมูลในส่วนนี้ เนื่องจากฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างเก็บข้อมูลจากกล้องวงจรปิดทั้งหมด 3 ป้อม ซึ่งมีกล้องป้อมละ 8 ตัว รวม 24 ตัว เบื้องต้นพบว่ามีกล้องบางตัวในบางมุมไม่ทำงาน วันนี้จะเก็บกู้ข้อมูลเพื่อขยายระยะเวลาในการบันทึกภาพเพิ่มขึ้น เพื่อนำภาพทั้งหมดมาวิเคราะห์พฤติกรรมย้อนหลังของทั้งคนขับรถไฟบรรทุกคอนเทนเนอร์ และเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมไม้กั้นในแต่แยก ว่ามีหลักการปฏิบัติงานอย่างไร โดยฝ่ายสืบสวนจะเร่งสรุปรายงานส่งให้ฝ่ายสอบสวนภายใน 2 วันนี้

สำหรับรายละเอียดในการสอบปากคำ ตำรวจขอสงวนรายละเอียดไว้ เนื่องจากมีผลต่อรูปคดี และป้องกันไม่ให้มีการเตรียมคำให้การ เพราะยังต้องรอสอบองค์ประกอบการปฏิบัติหน้าที่และเทียบเคียงกับระเบียบปฏิบัติมาตรฐานของการรถไฟฯ ควบคู่กับการสอบปากคำผู้เชี่ยวชาญด้านรถไฟ ส่วนการตรวจร่างกายหาสารเสพติดของช่างเครื่อง ได้เจาะเลือดส่งตรวจพิสูจน์แล้ว แต่ผลตรวจยังไม่ส่งกลับมา

ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า จากการสอบปากคำช่างเครื่องรถไฟ ให้การว่า ก่อนถึงจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร เจ้าตัวมองเห็นรถเมล์เป็นป้ายโฆษณา แต่เมื่อมาถึงประมาณ 300 เมตร จึงพบว่ามีรถเมล์คร่อมรางขวางทางจุดตัดอยู่ จึงได้แจ้งกับนายสยมพร จากนั้นนายสยมพรจึงลุกขึ้น พยายามดึงเบรกมือ ขณะที่ตัวนายสิริภูมิ ได้ก้มลงเพื่อดึงเบรกฉุกเฉินในระยะ 100 เมตร ซึ่งไม่ทันการณ์แล้ว ทำให้รถไฟพุ่งชนเข้ากับรถเมล์ โดยจังหวะที่เกิดเหตุ นายสิริภูมิพร้อมกับพนักงานการรถไฟอีก 1 คน ที่อยู่บนรถไฟล้มลง ก่อนที่ทั้งคู่จะกระโดดลงมา แต่นายสยมพรคนขับรถไฟยังนั่งอยู่บริเวณจุดคนขับ และอยู่ในอาการตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนที่จะมีคนไปเรียกและนำตัวคนขับรถไฟลงมา

และมีรายงานว่าด้วยว่า ในชั้นการสอบปากคำเบื้องต้น ช่างเครื่อง เปิดเผยว่า ที่สถานีแหลมฉบัง ซึ่งเป็นสถานีต้นทาง นายสยมพรคนขับรถไฟ ไม่ได้นำวิทยุสื่อสาร ซึ่งปกติจะต้องนำติดตัวขึ้นมา จึงได้ยืมวิทยุสื่อสารจากนายสิริภูมิ ทำให้นายสิริภูมิไม่รู้ว่านายสยมพรคนขับรถไฟ จะได้ยินเสียงวิทยุสื่อสารที่พนักงานประจำสถานีแจ้งหรือไม่ เนื่องจากเสียงบนหัวจักรเสียงดังมาก นอกจากนี้ นายสิริภูมิ ยอมรับว่า ตลอดเส้นทางเจ้าตัวมีการพูดคุยกับนายสยมพรบ้าง แต่การตอบโต้ของนายสยมพร บางครั้งก็นิ่งเฉย ทำให้ประเมินว่าความสามารถในการขับรถของนายสยมพรมีเพียง 60%

ส่วนกระแสข่าวเรื่องบางช่วงของภาพกล้องวงจรปิดก่อนเกิดเหตุ มีบางจุดไม่พบคนขับ อยู่บริเวณที่นั่งนั้น จากการสืบสวนพบว่า อาจจะเกิดขึ้นจากมุมกล้องหรืออาจจะเป็นช่วงจังหวะที่คนที่อยู่บนห้องเครื่องก้มลงดึงเบรก / อย่างไรก็ตามชุดสืบสวนได้มีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเฉพาะบริเวณที่เกิดเหตุ ที่สามารถยืนยันได้ว่า ก่อนเกิดเหตุในห้องเครื่องมีคนนั่งอยู่ทั้ง 2 คน แต่กล้องวงจรปิดในจุด ๆ อื่นที่วิ่งผ่านมานั้น อยู่ระหว่างการรวบรวมต่อไป