ห้องข่าวภาคเที่ยง - ตำรวจนัดพบผู้ต้องหาคดีอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทาง เพื่อนำตัวส่งฟ้องฝากขังที่ศาลอาญาฯ หลังเรียกมารับทราบข้อกล่าวหา กลางดึกวานนี้ (17 พ.ค.)
พนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน นัดพบ 3 ผู้ต้องหา คือ พนักงานการเดินรถ ที่โบกธงแดง, คนขับรถโดยสารประจำทาง ที่รักษาตัวในโรงพยาบาล และ คนขับรถไฟ ที่ สน.มักกะสัน เพื่อพาตัวไปขออำนาจศาลอาญาฯ ฝากขัง ผัดแรก เช้าวันนี้ พร้อมคัดค้านการประกันตัว
หลังวานนี้ผลตรวจกล่องดำของรถไฟออกมาแล้ว พบว่ารถไฟวิ่งด้วยความเร็ว 35 กม./ชม. และใช้ระบบเบรกฉุกเฉิน ก่อนเกิดอุบัติเหตุเพียง 100 เมตร แต่ระยะปลอดภัยต้องเบรกก่อนไม่ต่ำกว่า 2 กิโลเมตร จึงเชิญตัวผู้เกี่ยวข้องมาที่ สน.มักกะสัน โดยคนแรก คือ นายอุเทน พนักงานการเดินรถ ฝ่ายปฏิบัติการเดินรถ มาเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ฐานกระทําโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสและเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตราย ทั้งนี้ ก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวน นักข่าวสังเกตเห็น นายอุเทน มีสีหน้ายิ้มแย้ม แต่เมื่อย้ายจากห้องสืบไปห้องสอบเพื่อแจ้งข้อกล่าวหา พบว่าสีหน้าสลด
ระหว่างที่ นายอุเทน ถูกพาตัวออกจากห้องเพื่อพิมพ์ลายนิ้วมือจัดทำประวัติ คุณพิธพงษ์ ทีมข่าว 7HD พยายามสอบถามประเด็นโบกธงบกพร่อง แต่ นายอุเทน แสดงสีหน้าเรียบเฉย ไม่ตอบคำถาม
ประเด็นโบกธงบกพร่องที่ คุณพิธพงษ์ สอบถาม สอดคล้องกับข้อมูลของ นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาราชการแทนผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่บอกว่า ตามหลักปฏิบัติหากพบว่าเครื่องกั้นถนนยังปิดไม่เรียบร้อย หรือ สัญญาณไฟอนุญาตยังไม่แสดงผล พนักงานขับรถจำเป็นต้องชะลอความเร็วล่วงหน้า และเฝ้าสังเกตสัญญาณมือ เพื่อให้หยุดรถได้อย่างปลอดภัย
แต่ข้อเท็จจริงวันเกิดเหตุเครื่องกั้นยังไม่ได้ถูกนำลงมาบนถนน เนื่องจากสภาพการจราจรติดขัด ทำให้สัญญาณไฟอนุญาตยังไม่แสดงผล พนักงานขับรถจึงต้องดูสัญญาณมือเป็นหลักแทน
ทั้งนี้ ภายหลังตำรวจแจ้งข้อหาก็ปล่อยให้ นายอุเทน กลับบ้านไป เนื่องจากเป็นการเข้าพบก่อนหมายจับจะออกอย่างเป็นทางการ
ขณะที่ ตำรวจอีกชุดหนึ่งเข้าแจ้งข้อกล่าวหาเดียวกันกับคนขับรถโดยสารประจำทาง ระหว่างรักษาอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาลคามิลเลียน ส่วนคนสุดท้าย พนักงานขับรถไฟ เมื่อคืนนี้มาเข้าพบตำรวจเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาเหมือนกัน