ศาล รธน.รับวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท

View icon 49
วันที่ 18 พ.ค. 2569 | 20.11 น.
ข่าวภาคค่ำ
แชร์
ข่าวภาคค่ำ - ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้อง สส.ฝ่ายค้าน ยื่นวินิจฉัยการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ขณะที่นายกรัฐมนตรี ยืนยันไม่กระทบ เดินหน้าโครงการไทยช่วยไทย พลัส เข้าที่ประชุม ครม. พรุ่งนี้

ศาล รธน.รับวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท
วันนี้ (18 พ.ค.) ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติรับคำร้องเรื่องพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน ว่า เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง หรือไม่ หลังจาก สส. จำนวน 133 คน เข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธานสภาฯ

โดยให้คณะรัฐมนตรีจัดทำคำชี้แจง และจัดส่งสำเนาเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ

นายกฯ มั่นใจ ออก พ.ร.ก.กู้เงิน เป็นไปตาม รธน.
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มั่นใจว่าการออกพระราชกำหนดเป็นไปตามเจตนารมณ์ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญทุกประการ สิ่งสำคัญคือรัฐบาลต้องเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

ความเดือดร้อนของประชาชน พรรคฝ่ายค้านอาจจะคิดว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน แต่สำหรับรัฐบาล ความทุกข์ร้อนของประชาชนทุกเรื่อง คือ เรื่องเร่งด่วน และมีความสำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด ยืนยันว่า พ.ร.ก.กู้เงิน ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ทุกอย่างจึงเป็นการดำเนินการตามขั้นตอน และเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ

นายกฯ ยัน "ไทยช่วยไทย พลัส" เข้า ครม.พรุ่งนี้
ซึ่งโครงการไทยช่วยไทย พลัส จะเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันพรุ่งนี้ (19 พ.ค.) ส่วนการชี้แจงต่อศาลฯ มี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบเรื่องนี้อยู่

รัฐบาล ยันเดินหน้า "ไทยช่วยไทย พลัส"
ขณะที่ นายปกรณ์ ย้ำว่า หากศาลรัฐธรรมนูญไม่มีคำสั่งเป็นอย่างอื่นว่า ให้ยุติ หรือ ชะลอ กระบวนการก็ต้องดำเนินไปตามปกติ และไม่กระทบกับวงเงินที่จะใช้ในโครงการไทยช่วยไทย พลัส เพราะกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว ก็เดินหน้าตามปกติ

รัฐบาล ยืนยันว่า มีเหตุผลความจำเป็นที่จะต้องรักษาสถานะความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ ส่วนแนวทางการต่อสู้ของรัฐบาล จะชี้แจงตามความเป็นจริง โดยจะเสนอแนวทางในที่ประชุม ครม. วันพรุ่งนี้ (19 พ.ค.)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง