ผบ.ตร. สั่งขยายผลเครือข่ายลักลอบนำพาชาวต่างชาติ ไปเป็นแก๊งคอลเซนเตอร์ชายแดนแม่สอด รวบ 2 คนไทย 3 ชาวอินโดนีเซีย เข้าข่ายค้ามนุษย์ และชาวจีนอีก 1 คน พามาพักคอยที่พิษณุโลก
วันนี้ (19 พ.ค. 69) พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร./ผอ.ศตคม.ตร.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 69 ที่ผ่านมา พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)ได้มอบหมายให้ ศตคม.ตร. ประสานความร่วมมือกับเครือข่ายตำรวจอาเซียน ซึ่งต่อมาได้รับแจ้งจากผู้ช่วยทูตตำรวจอินโดนีเซีย เหตุขอความช่วยเหลือชาวอินโดนีเซียถูกนำตัวเข้ามาพักคอยในพื้นที่ จ.พิษณุโลก เพื่อเตรียมลักลอบเดินทางต่อไปยังพื้นที่ชายแดน จึงสั่งการให้มีการติดตามช่วยเหลือ โดยตำรวจภูธรภาค 6 ร่วมกับกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่ อ.เมืองพิษณุโลก
ผลการตรวจค้นพบคนไทย 2 คน ชาวอินโดนีเซีย 3 คน แบ่งเป็นชาย 2 คน หญิง 1 คน และชาวจีน 1 คน พร้อมตรวจยึดรถยนต์ 2 คัน เพื่อนำตัวทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและคัดกรองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ซึ่งเบื้องต้นจากการคัดกรอง ยังไม่พบว่าชาวอินโดนีเซียทั้ง 3 คน เข้าข่ายเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ โดยทั้งหมดให้ข้อมูลว่าเคยทำงานอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนมีผู้นำพาลักลอบข้ามแดนเข้ามาในประเทศไทย เพื่อเตรียมเดินทางต่อไปทำงานแก๊งคอลเซนเตอร์ตามแนวชายแดนแม่สอด
จากนั้น พล.ต.อ.ธัชชัย ได้เดินทางลงพื้นที่ไปติดตามความคืบหน้าทางคดีและการสืบสวนขยายผลด้วยตนเอง พร้อมด้วยผู้ช่วยทูตตำรวจอินโดนีเซีย ที่ สภ.เมืองพิษณุโลก พร้อมกำชับให้เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ขยายผลถึงเครือข่าย ผู้นำพา นายหน้า และผู้สนับสนุนที่เกี่ยวข้องทุกระดับ
พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวว่า กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ขบวนการลักลอบนำพาชาวต่างชาติและเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติยังคงมีความพยายามเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยเครือข่ายผู้ประสานงานและผู้นำพาในหลายพื้นที่ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเร่งสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง และดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไป เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นทางผ่านของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ
ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ระหว่างยกระดับการใช้เทคโนโลยีและระบบ AI สนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลและติดตามเส้นทางการเคลื่อนไหวของเครือข่ายข้ามชาติ รวมถึงสั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 6 ร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งขยายผลดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม และกวาดล้างเครือข่ายลักลอบนำพาชาวต่างชาติอย่างเข้มงวดต่อไป