แม่ร่ำไห้รับศพ น้องขนุน เหยื่อรถไฟชนรถเมล์ เผย ครอบครัวยังติดใจ อยากให้รับผิดชอบ คัดสรรคนมีคุณภาพเข้าทำงาน

แม่ร่ำไห้รับศพ น้องขนุน เหยื่อรถไฟชนรถเมล์ เผย ครอบครัวยังติดใจ อยากให้รับผิดชอบ คัดสรรคนมีคุณภาพเข้าทำงาน

View icon 27
วันที่ 19 พ.ค. 2569 | 17.58 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
หัวอกแม่ ร่ำไห้รับศพ “น้องขนุน” เหยื่อรถไฟชนรถเมล์ เผย ลูกชายเป็นเด็กดี กตัญญู ฝันเป็นโปรแกรมเมอร์ ครอบครัวติดใจ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบ คัดสรรคนมีคุณภาพเข้าทำงาน

วันนี้ (19 พ.ค.69) ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ครอบครัวของนายธนัฐพิพัฒน์ หรือ น้องขนุน อายุ 22 ปี เหยื่อรถไฟชนรถเมล์ นำเอกสารจากพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน ไปติดต่อขอรับร่างผู้เสียชีวิตกลับไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้า ญาติร้องไห้ตลอดเวลา

นางณัฐฐ์สุกรณ์ จันทร์ทรายมูล อายุ 49 ปี แม่ของน้องขนุน ได้ถือรูปภาพของลูกชายเอาไว้แนบอก ก่อนเปิดใจทั้งน้ำตาว่า ตนมีลูก 2 คน น้องขนุนเป็นคนที่โต ลูกชายเป็นเด็กดีไม่มีอะไรที่ทำให้เราต้องเป็นห่วง ชอบเล่นกีฬา มีแต่เพื่อนที่รักเขา ตนไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร เขาก็มีโรคประจำตัว ผ่านการผ่าตัดมา 6-7 ครั้ง แต่ก็รอดมาได้ตลอด

"น้องขนุนมีเซอร์ไพรส์ให้แม่ตลอดทุกวันเกิด ถามว่าวันเกิดปีนี้แม่อยากได้อะไร พอดีแม่เป็นพยาบาล จึงบอกว่าปีนี้แม่อยากได้รองเท้า ลูกจะช่วยกันเก็บเงินและซื้อให้แม่ แต่ปีนี้น้องขนุนเห็นนาฬิกาแม่แตกเดือนเมษาที่ผ่านมา จึงจะซื้อให้แม่ใหม่ แต่ยังเก็บเงินไม่ได้ จึงบอกแม่ว่าไว้ก่อนนะแม่เดี๋ยวหนูจะซื้อให้ และหลังจากแม่เกษียณจะช่วยเก็บเงินกับน้องซื้อรถให้แม่ และน้องขนุนบอกหนูจะต้องดูแลแม่ เพราะแม่ก็ดูแลหนูมา ซึ่งเขาทำได้ทุกอย่างในสิ่งที่เขารับปาก" นางณัฏฐ์สุภรณ์ กล่าว

นางณัฐฐ์สุกรณ์ ยอมรับว่า ไม่ว่าไปไหนทำอะไรลูกชายจะรายงานแม่ตลอด โดยปกติแล้วลูกชายมักจะขับรถยนต์ของตัวเองตลอด แต่วันเกิดเหตุก็ไม่แน่ใจว่าทำไมถึงนั่งรถโดยสารที่กำลังจะไปหาเพื่อน น่าจะเกิดจากความผิดพลาดของรถเมล์และรถไฟ ทางครอบครัวยังคงติดใจกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมาเลี้ยงลูกทุกคนอย่างดีสุดเท่าที่พ่อแม่คนหนึ่งจะดูแลได้ ทะนุถนอมแบบยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม ไม่เคยให้ลำบากอะไร

นางณัฐฐ์สุกรณ์ กล่าวว่า ปัจจุบันลูกชายกำลังศึกษาในระดับชั้นปริญญาตรี เรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตนครปฐม อนาคตวางแผนเป็นโปรแกรมเมอร์ ซึ่งส่วนตัวมองว่าลูกชายกำลังจะประสบความสำเร็จในชีวิต ไม่น่ามาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาททั้งผู้ขับขี่รถไฟและผู้ขับขี่รถโดยสารประจำทาง อยากฝากไปถึงการทำงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย และ ขสมก. ซึ่งมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความรับผิดชอบ รอบคอบ และตรวจสอบคุณสมบัติ คัดสรรบุคลากรที่มีคุณภาพให้ดีกว่านี้ เพื่อดูแลประชาชนซึ่งเป็นผู้โดยสารรถโดยสาร ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำแบบนี้อีก

จากนั้น นางณัฐฐ์สุกรณ์ ได้ถือรูปลูกชาย ก่อนเข้าไปดูร่างของลูกชายเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมจุดธูปบอกและเรียกให้ลูกกลับบ้าน ซึ่งคุณแม่อยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจอย่างมาก ร้องไห้จนแทบเป็นลม จนต้องมีคนมาประคอง เพื่อเดินไปเคาะโลงศพบอกลูกให้กลับบ้านตลอดเวลา และขอให้ไปอยู่บนสรวงสวรรค์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง